ใจที่เหนื่อยจาก สภาพแวดล้อมงานที่เริ่มเป็นพิษ สมควรได้รับการดูแล “ทำไมเราถึงรู้สึกแย่ขนาดนี้นะ ทั้งที่คนอื่นก็เจอเหมือนๆ กัน?” เวลาที่เราต้องทนทำงานในสถานที่ที่มีแต่

“ทำไมเราถึงรู้สึกแย่ขนาดนี้นะ ทั้งที่คนอื่นก็เจอเหมือนๆ กัน?”
เวลาที่เราต้องทนทำงานในสถานที่ที่มีแต่การแข่งขัน การซุบซิบนินทา หรือการถูกเจ้านายกดดันอย่างไร้เหตุผล บ่อยครั้งเรามักจะเลือกใช้วิธี “อดทน” และพยายามบอกตัวเองว่า “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” เราฝืนยิ้ม และพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง เพราะกลัวว่าถ้าเราแสดงความอ่อนแอออกมา เราจะกลายเป็นผู้แพ้ในสายตาคนอื่น
แต่การทนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่บั่นทอนจิตใจซ้ำๆ มันส่งผลกระทบที่ลึกซึ้งกว่าที่เราคิด อาการใจสลายจากการทำงาน ไม่ได้หายไปเองเพียงเพราะเราพยายามลืมมัน การที่เราพยายามมองหาวิธี วิธีฮีลใจตัวเอง สภาพแวดล้อมงานที่เริ่มเป็นพิษ มันเป็นสัญญาณเตือนว่า แผลในใจของเรามันอักเสบจนเกินกว่าจะรักษาด้วยคำว่า “สู้ๆ นะ” อีกต่อไปแล้ว
เราอยากให้เธอกอดความจริงข้อนี้ไว้นะ: การที่เธอรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกทำร้ายจิตใจในที่ทำงาน มันเป็นเรื่องที่ “สมเหตุสมผล” และ “น่าเห็นใจ” มากๆ
เราใช้เวลาเกินครึ่งชีวิตอยู่ในที่ทำงาน ดังนั้นเมื่อสถานที่นี้กลายเป็น “Toxic Zone” มันจึงกระทบกับตัวตนของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่าปล่อยให้ใคร (หรือแม้แต่ตัวเธอเอง) มาลดทอนความรู้สึกของเธอด้วยคำว่า “คิดมากไปเอง”
การ วิธีฮีลใจตัวเอง สภาพแวดล้อมงานที่เริ่มเป็นพิษ ต้องเริ่มต้นจากการ “อนุญาตให้ตัวเองบาดเจ็บ” การยอมรับว่า “ใช่ ตอนนี้ฉันกำลังแย่มากๆ และสถานที่แห่งนี้มันกำลังทำร้ายฉัน” คือก้าวแรกของการดึงอำนาจในการดูแลตัวเองกลับคืนมา
ในวันที่กลับบ้านมาพร้อมกับหัวใจที่บอบช้ำ ลองโอบกอดตัวเองด้วยวิธีเหล่านี้นะ:
สถานที่ทำงานที่แย่ อาจจะทำร้ายความรู้สึกของเธอได้ แต่ไม่มีใครสามารถขโมยสิทธิ์ในการรักและดูแลตัวเองไปจากเธอได้นะ
ถ้า วิธีฮีลใจตัวเอง สภาพแวดล้อมงานที่เริ่มเป็นพิษ ยังต้องการเครื่องมือช่วยยึดเหนี่ยว ลองแวะมาอ่านถ้อยคำยืนยันใจดี เพื่อให้ประโยคเหล่านี้ เป็นเหมือนผ้าห่มอุ่นๆ ที่คอยห่มคลุมและปกป้องหัวใจของเธอ ในทุกๆ วันที่ต้องเผชิญกับโลกที่โหดร้ายกันนะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

ทำไม ความคาดหวังจากครอบครัว ถึงต้องการการดูแลใจมากกว่าคำปลอบเร็วๆ “ช่างมันเถอะ เขาแก่แล้ว เปลี่ยนเขาไม่ได้หรอก” “อย่าคิดมากเลย พ่อแม่เขาก็หวังดีแหละ” เวลาที่เราแบกรับความกดดันจากคนในบ้านจนทนไม่ไหว และ

ใจที่เหนื่อยจาก คำถามจากคนรอบตัวที่ทำให้ใจหนัก สมควรได้รับการดูแล “ทำงานมาตั้งหลายปี ทำไมยังไม่ได้เป็นหัวหน้าล่ะ?” “เมื่อไหร่จะมีหลานให้แม่อุ้มสักที เพื่อนแม่เขามีกันหมดแล้วนะ” ในช่วงเวลาที่เราต้องเผ

วิธีฮีลใจแบบสั้นๆ เมื่อ ความรู้สึกผิดเวลาได้พัก ยังติดอยู่ข้างใน “จะนอนก็นอนไม่หลับ จะให้ลุกไปทำงานก็ทำไม่ไหว” ภาวะสุญญากาศที่ร่างกายอ่อนล้าจนทำอะไรไม่ไหว แต่จิตใจก็เต็มไปด้วยความกระวนกระวายและรู้สึกผ