เคยมีบางวันมั้ย... ที่เรารู้สึกเหมือนเป็นนักวิ่งที่กำลังจะหมดแรงกลางสนามแข่ง เรามองเห็นเส้นชัยของปีอยู่ข้างหน้า แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งจนก้าวไม่ออก สายตาเรามองไ

เคยมีบางวันมั้ย... ที่เรารู้สึกเหมือนเป็นนักวิ่งที่กำลังจะหมดแรงกลางสนามแข่ง
เรามองเห็นเส้นชัยของปีอยู่ข้างหน้า แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งจนก้าวไม่ออก สายตาเรามองไปเห็นแต่สิ่งที่ยังไม่ได้ทำ สิ่งที่ทำพลาด หรือสิ่งที่คนอื่นทำได้ดีกว่า จนลืมไปว่าตลอดทางที่ผ่านมา เราต้องฝ่าฟันอุปสรรคมามากแค่ไหนกว่าจะมาถึงจุดนี้ ความเหนื่อยล้าสะสม (Burnout) ไม่ได้เกิดจากการที่เราทำงานหนักอย่างเดียว แต่มันเกิดจากการที่เรา 'ลืมให้เครดิตตัวเอง' ในสิ่งที่ทำสำเร็จไปแล้วด้วย
เรารู้ว่าในวันที่แบตใจเหลือศูนย์ การจะให้ฮึดสู้ต่อมันเป็นเรื่องที่เกินกำลัง และเราอยากบอกว่า... ไม่ต้องรีบวิ่งต่อไปให้ถึงเส้นชัยในวันนี้ก็ได้นะ แค่หยุดพักเพื่อ 'ขอบคุณตัวเอง' ที่พาชีวิตผ่านมาได้ถึงตรงนี้ บางทีคำขอบคุณสั้นๆ อาจจะเป็นเชื้อเพลิงที่นุ่มนวลที่สุดที่ใจเธอต้องการมากที่สุดในตอนนี้
ในทางจิตวิทยา เรามักจะมีความเคยชินที่เรียกว่า 'การมองข้ามสิ่งดีๆ' (Disqualifying the Positive) โดยเฉพาะเมื่อเราเหนื่อยล้า เรามักจะให้ค่ากับความผิดพลาดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ให้ค่ากับความพยายามแค่ศูนย์เปอร์เซ็นต์
การใช้ชีวิตโดยไม่ขอบคุณตัวเองเลย เหมือนกับการใช้รถโดยไม่เคยเติมน้ำมัน พลังงานใจจะค่อยๆ มอดดับลงจนกลายเป็นความรู้สึกว่างเปล่าและหมดหวัง
การกลับมา 'ขอบคุณตัวเอง' ไม่ใช่การหลงตัวเองหรือการพอใจในสิ่งที่ต่ำกว่ามาตรฐาน แต่มันคือการสร้าง 'ความเมตตาต่อตนเอง' (Self-Compassion) ซึ่งเป็นปราการสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้ไฟในใจดับลงท่ามกลางพายุแห่งความคาดหวัง
ลองนำวิธีที่เรียบง่ายเหล่านี้ไปใช้ดูนะ ทำในวันที่เธอรู้สึกว่าเริ่มไม่ไหว เพื่อประคองดวงไฟในใจไว้:
หยิบสมุดขึ้นมา แล้วเขียนเรื่องยากๆ ที่เธอเคยเจอในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ความสัมพันธ์ หรือเรื่องส่วนตัว แล้วบอกตัวเองว่า "ขอบคุณนะที่พาเราผ่านเรื่องนี้มาได้" การเห็นหลักฐานความอดทนของตัวเองจะช่วยให้ใจมีพลังขึ้น
ในตอนเช้าหรือก่อนนอน ลองลูบแขนหรือบ่าตัวเองเบาๆ แล้วพูดว่า "ขอบคุณนะที่วันนี้ยังแข็งแรง ขอบคุณที่พาเราเดินไปทุกที่" การเชื่อมต่อกับร่างกายอย่างอ่อนโยนจะช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดได้ทันที
แทนที่จะโฟกัสที่โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ ให้ขอบคุณตัวเองในเรื่องเล็กๆ เช่น "ขอบคุณที่วันนี้เราตื่นมาล้างหน้า" หรือ "ขอบคุณที่วันนี้เราเลือกที่จะใจเย็นกับเพื่อนร่วมงาน" ทุกคำขอบคุณคือการสะสมแต้มพลังงานใจ
อนุญาตให้ตัวเองได้หยุดนิ่งๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเลยสัก 10 นาที บอกใจตัวเองว่า "นี่คือรางวัลที่เธอพยายามมาทั้งวัน พักเถอะนะ" ความสงบคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่เธอจะมอบให้ตัวเองได้
อยากบอกเธอว่า ไม่ต้องรีบสว่างจ้าเหมือนพระอาทิตย์ตลอดเวลาก็ได้นะ
บางวัน เป็นเพียงแสงเทียนเล่มเล็กๆ ที่ยังคงสว่างอยู่ท่ามกลางความมืดมิด... นั่นก็เก่งมากแล้ว
การขอบคุณตัวเองคือการเช็ดถูตะเกียงใจให้สะอาดขึ้น เพื่อให้แสงไฟที่ยังเหลืออยู่ส่องสว่างได้ชัดเจนที่สุด
จำไว้ว่า เธอไม่ได้มีค่าเพราะผลงานที่เธอทำ แต่เธอมีค่าเพราะเธอเป็นเธอที่ยังคงพยายามและใจดีกับโลกใบนี้ในทุกๆ วัน
พักผ่อนนะ... เธอทำหน้าที่ของเธอได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดแล้วจริงๆ
เราจะอยู่ตรงนี้เป็นเพื่อนเธอ จนกว่าไฟในใจเธอจะกลับมาอุ่นวาบอีกครั้งนะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
กำลังรู้สึกแบบนี้...

ในห้วงเวลาที่โลกหมุนเร็ว สังคมมักส่งเสียงกระตุ้นเตือนเราอยู่เสมอว่า "สู้ไม่ถอยนะ" "อย่าเพิ่งยอมแพ้" "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" ถ้อยคำเหล่านี้เป็นเสมือนพลังงานชั้นดีที่ผลักดันให้เราก้