หกเดือนผ่านไปแล้วและรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ถึงไหน — ความรู้สึกนี้ไม่ได้หมายความว่าล้มเหลว แต่หมายความว่าเราใช้เวลาอยู่กับสิ่งที่ยากกว่านั้น

เดือนมิถุนายนเคยเป็นเดือนที่เต็มไปด้วยความหวัง ตอนต้นปีเราวางแผนไว้เยอะแยะ เขียนเป้าหมายลงสมุดตั้งใจจะทำให้ได้ทุกอย่าง แล้ววันนึงตื่นมาพบว่าหกเดือนผ่านไปแล้ว และสมุดเล่มนั้นยังเปิดไม่ถึงหน้าที่สอง
ความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้เกิดกับเราคนเดียวนะ ทุกครึ่งปีมีคนจำนวนไม่น้อยที่นั่งมองย้อนกลับไปแล้วรู้สึกว่าตัวเองเดินไม่ถึงไหนเลย เหมือนยืนอยู่จุดเดิมในขณะที่คนรอบข้างก้าวไปข้างหน้าหมดแล้ว แต่ความจริงคือ เรากำลังใช้ไม้บรรทัดที่ผิดวัดชีวิตตัวเอง
ลองจินตนาการว่าเรากำลังเดินขึ้นเขาลูกหนึ่ง ความสูงไม่ต้องมากนัก แค่พอที่ต้องก้าวขึ้นทีละระดับ จากข้างล่างเรามองขึ้นไปเห็นยอดเขาเล็กๆ แล้วคิดว่าถึงแล้วถึงแล้ว แต่พอเดินไปสักพัก เงยหน้าขึ้นอีกทีก็พบว่ายอดเขานั้นยังไกลอยู่ ส่วนที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือ เราไม่เคยหันไปมองทางที่เดินผ่านมา ไม่เคยมองเห็นว่าตลอดหกเดือนที่ผ่านมา เราได้ก้าวเดินผ่านหลายสิ่งหลายอย่างที่หนักกว่าที่คิด
หยุดสักครู่เพื่อมองย้อนกลับ ไม่ใช่เพื่อตัดสิน
ในทางจิตวิทยา การทบทวนตัวเองแบบที่ทำร้ายใจเกิดจากการที่สมองเรามีนิสัยชอบเอาผลลัพธ์มาเทียบกับความคาดหวัง โดยไม่สนใจกระบวนการที่เกิดขึ้นจริง สมองชอบมองข้ามวันที่เราลุกขึ้นมาทำงานทั้งที่ไม่อยากทำ วันที่เรายิ้มทั้งที่ข้างในหมดแรง หรือวันที่เราเลือกพักเพราะรู้ว่าร่างกายต้องการพื้นที่ว่าง วันเหล่านั้นไม่มีอยู่ในตารางเป้าหมาย แต่มันคือหลักฐานที่แท้จริงว่าเรายังอยู่ ยังก้าวเดิน ยังไม่ยอมแพ้
การที่ครึ่งปีผ่านไปแล้วไม่ได้หมายความว่าเราล้าหลัง มันหมายความว่าเราใช้เวลาหกเดือนกับการประคับประคองตัวเองให้ผ่านวันต่างๆ ไปได้ และนั่นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย ในโลกที่บอกให้ทุกคนวิ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา การยืนอยู่ได้ตรงนี้ก็เป็นความกล้าหาญอย่างหนึ่งแล้ว
ครึ่งปีหลังไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยแผนใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม มันเริ่มต้นได้ด้วยการยอมรับว่าหกเดือนที่ผ่านมา เราทำดีที่สุดแล้วในสภาพที่เราเป็น และถึงแม้ยังไม่ถึงไหนก็ตาม เรายังเดินอยู่ นั่นแหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
กำลังรู้สึกแบบนี้...

ภาระใจจากเป้าหมายกลางปีที่ยังไม่ถึง เป็นน้ำหนักที่ไม่มีใครมองเห็น แต่สะสมอยู่ในอกจนทำให้เหนื่อยล้าโดยไม่รู้ตัว