ถามใจตัวเองก่อนตัดสินใจเรื่อง การเปรียบเทียบชีวิตกับเพื่อน ไถฟีดโซเชียลทีไรก็เห็นเพื่อนคนนั้นเพิ่งซื้อบ้าน เพื่อนคนนี้ได้เลื่อนตำแหน่ง ส่วนอีกคนก็กำลังจะแต่งงาน หันกลับมามองตัวเองแล้วเกิดคำถามตัวโตๆ ว

ไถฟีดโซเชียลทีไรก็เห็นเพื่อนคนนั้นเพิ่งซื้อบ้าน เพื่อนคนนี้ได้เลื่อนตำแหน่ง ส่วนอีกคนก็กำลังจะแต่งงาน หันกลับมามองตัวเองแล้วเกิดคำถามตัวโตๆ ว่า “แล้วเรากำลังทำอะไรอยู่เนี่ย?”
เวลาเห็นคนที่เริ่มต้นพร้อมๆ กันวิ่งแซงหน้าไปไกล มันมักจะทำให้เราเกิดอาการ “หลงทางกะทันหัน” เราเริ่มตั้งคำถามกับทุกอย่างที่ทำอยู่ และบางครั้งก็อาจเผลอตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตเพียงเพราะอยากวิ่งตามให้ทันใครบางคน ถ้าเธอกำลังตกอยู่ในสภาวะ ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี การเปรียบเทียบชีวิตกับเพื่อน กำลังบดบังความต้องการที่แท้จริงของเธออยู่หรือเปล่านะ?
มันเป็นเรื่องธรรมดามากๆ ที่เราจะรู้สึกสั่นคลอนเวลาเห็นคนใกล้ตัวประสบความสำเร็จ มนุษย์เราถูกออกแบบมาให้อยู่ร่วมกันเป็นสังคม การเปรียบเทียบจึงเป็นกลไกอัตโนมัติที่เราใช้เพื่อประเมินสถานะของตัวเอง
แต่ปัญหาคือ โซเชียลมีเดียทำให้เราเห็นแต่ “ผลลัพธ์” โดยไม่ได้เห็น “ต้นทุน” และ “ระหว่างทาง” ของเขา การเอาบทที่ 10 ของเพื่อน มาเทียบกับบทที่ 3 ของเรา มันย่อมทำให้เรารู้สึกว่าเราเดินช้าเกินไปเสมอ ความกดดันนี้แหละที่มักจะผลักให้เราเลือกทางเดินที่ไม่ใช่ตัวเรา เพียงเพื่อจะพิสูจน์ว่าเราก็เก่งเหมือนกัน
ในวันที่ ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี การเปรียบเทียบชีวิตกับเพื่อน ทำให้ใจร้อนรน ลองสูดหายใจลึกๆ แล้วถามตัวเองด้วย 3 คำถามนี้ก่อนนะ:
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าบนโลกนี้ไม่มีโซเชียลมีเดีย ไม่มีใครรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เราจะยังอยากเลือกทางเดินนี้ไหม? ถ้ายกความกดดันจากสายตาคนอื่นออกไป สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้มันแย่ขนาดนั้นเลยหรือเปล่า?
ความสุขของเพื่อนอาจจะเป็นการมีบ้านหลังใหญ่และการงานที่เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ความสุขของเราอาจจะเป็นแค่การมีเวลาได้อ่านหนังสือเงียบๆ ตอนเย็น หรือการได้นอนหลับเต็มอิ่ม การวิ่งตามความฝันของคนอื่น ไม่เคยทำให้ใครเจอความสุขของตัวเองหรอกนะ
หยิบกระดาษขึ้นมาเขียน 3 สิ่งที่เราทำสำเร็จในเดือนนี้ (แค่เรื่องเล็กๆ อย่างการจัดห้องใหม่ก็ยังนับนะ) การให้ความสำคัญกับความสำเร็จของคนอื่นมากไป มักจะทำให้เราลบเลือนคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองพยายามมาตลอด
เธอไม่ได้เดินช้ากว่าใครเลยนะ เธอแค่กำลังเดินในเขตเวลาของตัวเอง ดอกไม้ยังบานไม่พร้อมกัน ชีวิตคนเราก็เหมือนกันนั่นแหละ การที่วันนี้เธอยัง ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี ไม่ได้แปลว่าเธอจะล้มเหลว มันแปลว่าเธอกำลังประณีตกับชีวิตตัวเองมากขึ้นต่างหาก
ถอยออกมาจากฟีดโซเชียลสักพัก กลับมาโฟกัสที่การก้าวเดินของตัวเองในวันนี้ก็พอนะ
ถ้าการเปรียบเทียบยังทำให้ใจหนักอึ้ง ลองมาทำแบบทดสอบสำรวจทางเลือกชีวิตของตัวเอง เพื่อหาเข็มทิศที่เหมาะกับใจเราจริงๆ กันดูนะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

ถามใจตัวเองก่อนตัดสินใจเรื่อง สมองล้าจากงานและหน้าจอ “ย้ายสายงานไปเลยดีไหม?” “หรือควรกลับไปเรียนต่อดี?” เวลาที่เราตกอยู่ในสภาวะที่ ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี การหาทางออกด้วยการเสิร์ชหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต

บางคำตอบของ สมองล้าจากงานและหน้าจอ อาจค่อยๆ ชัดขึ้นเอง “จะไปต่อทางไหนดี?” “งานนี้มันยังใช่สำหรับเราอยู่ไหม?” เวลาที่เราเผชิญหน้ากับทางแยกของชีวิต เรามักจะเร่งเร้าตัวเองให้รีบหาคำตอบให้เร็วที่สุด เราพ

ทบทวนตัวเองกลางปีไม่จำเป็นต้องเจ็บ เปลี่ยนคำถามจากผิดเป้าเป็นผ่านมา แล้วจะเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในทุกความเพียร