ในโลกที่ทุกอย่างดูจะหมุนเร็วขึ้นทุกวัน และเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนที่เราควบคุมไม่ได้ หลายคนอาจจะเผลอตั้งมาตรฐานให้ตัวเองสูงลิ่วเพื่อเป็นเกราะป้องกันความกลัว เราพยายาม

ในโลกที่ทุกอย่างดูจะหมุนเร็วขึ้นทุกวัน และเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนที่เราควบคุมไม่ได้ หลายคนอาจจะเผลอตั้งมาตรฐานให้ตัวเองสูงลิ่วเพื่อเป็นเกราะป้องกันความกลัว
เราพยายามจะเก่งให้ครบทุกด้าน พยายามจะไม่ทำผิดพลาด เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะยัง "คู่ควร" กับที่ตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นในหน้าที่การงานหรือความสัมพันธ์ แต่ยิ่งเราพยายามจะสมบูรณ์แบบมากเท่าไหร่ ใจเรากลับยิ่งสั่นคลอนง่ายขึ้นเท่านั้น เพราะความจริงคือ... ไม่มีใครสามารถควบคุมทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบหรอก
เรารู้ว่าความรู้สึกไม่มั่นใจ และความกลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าเราไม่ได้เก่งจริง (Imposter Syndrome) มันบั่นทอนพลังชีวิตแค่ไหน และเราอยากบอกว่า... เธอไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบเพื่อจะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้หรอกนะ การเป็นมนุษย์ที่ธรรมดาและยอมรับความเปราะบางของตัวเองต่างหาก คือพลังที่แท้จริง
เมื่อสิ่งแวดล้อมภายนอกเริ่มควบคุมไม่ได้ สมองของเรามักจะมองหาจุดที่ผิดพลาด และจุดนั้นมักจะเป็นตัวเราเอง เราเริ่มสงสัยในความสามารถ เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นที่ดูเหมือนจะจัดการทุกอย่างได้ดีกว่า และกลัวว่าความไม่แน่นอนนี้จะเปิดเผยจุดอ่อนที่เราซ่อนไว้
Imposter Syndrome มักจะทำงานหนักที่สุดในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง เพราะมันทำให้เราหลงลืมความพยายามและผลงานที่ผ่านมาของเราไปจนหมดสิ้น แต่ความจริงก็คือ ความไม่แน่นอนเป็นเรื่องปกติ และความกลัวของเธอก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน
ลองปรับมุมมองใหม่เพื่อประคองใจให้เดินต่อได้อย่างมั่นคงขึ้นนะ:
ความไม่แน่นอนสอนให้เราเรียนรู้ที่จะยืดหยุ่น การยึดติดกับภาพลักษณ์ที่ต้องเก่งตลอดเวลาจะทำให้เราหักงอได้ง่ายเมื่อเจอแรงปะทะ ลองอนุญาตให้ตัวเองทำผิดพลาดได้บ้าง หรือทำได้แค่พอใช้ได้บ้างในบางวัน นั่นไม่ได้ทำให้คุณค่าของเธอลดลงเลย
การบอกว่า "ตอนนี้เราก็ยังไม่รู้เหมือนกัน" หรือ "เรากำลังพยายามจัดการความกังวลอยู่" คือความกล้าหาญอย่างหนึ่ง การยอมรับความจริงจะช่วยลดภาระที่เธอต้องแบกไว้เพื่อให้ดูเก่งในสายตาคนอื่น
ในวันที่ควบคุมผลลัพธ์ไม่ได้ ให้กลับมาให้เครดิตตัวเองที่ความตั้งใจและการลงมือทำ แม้ก้าวในวันนี้จะเล็กน้อยแค่ไหน แต่มันคือหลักฐานว่าเธอยังไม่ยอมแพ้
ลองถามตัวเองว่า ถ้าเพื่อนรักของเธอกำลังเจอสถานการณ์เดียวกัน เธอจะบอกเขาว่าอะไร? เธอคงไม่ซ้ำเติมเขาให้เจ็บกว่าเดิมแน่ๆ ลองใช้น้ำเสียงนั้นคุยกับตัวเองดูนะ
อยากบอกเธอว่า คุณค่าของเธอมีอยู่แล้วในตัวเธอเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสำเร็จที่ต้องสมบูรณ์แบบเสมอไป
ความไม่แน่นอนที่ควบคุมไม่ได้ อาจจะยังอยู่ตรงนั้น แต่เธอสามารถเลือกที่จะเดินผ่านมันไปด้วยใจที่ยอมรับตัวเองได้
ไม่ต้องรีบแข็งแรง ไม่ต้องรีบเก่งขึ้น แค่เป็นเธอที่ยังคงพยายามและใจดีกับตัวเองในทุกวัน ก็เพียงพอแล้วจริงๆ
รักษาความอ่อนโยนต่อตัวเองไว้นะ เพราะนั่นคือแสงสว่างที่นำทางเธอได้ดีที่สุด
เราจะอยู่ตรงนี้เป็นเพื่อนเธอ ในทุกก้าวที่เธอเลือกจะเป็นตัวเองอย่างซื่อตรงนะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
กำลังรู้สึกแบบนี้...

ในห้วงเวลาที่โลกหมุนเร็ว สังคมมักส่งเสียงกระตุ้นเตือนเราอยู่เสมอว่า "สู้ไม่ถอยนะ" "อย่าเพิ่งยอมแพ้" "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" ถ้อยคำเหล่านี้เป็นเสมือนพลังงานชั้นดีที่ผลักดันให้เราก้