เช็กขอบเขตงานเมื่อ เสียงรอบข้างที่บอกว่าต้องสำเร็จ เริ่มกินใจ เคยนั่งทำงานอยู่ดีๆ แล้วรู้สึกว่าก้อนความเครียดมันตีตื้นขึ้นมาในอกไหม ทั้งๆ ที่งานก็ไม่ได้หนักกว่าปกติ แต่มันกลับรู้สึกเหนื่อยล้าไปหมด ยิ่

เคยนั่งทำงานอยู่ดีๆ แล้วรู้สึกว่าก้อนความเครียดมันตีตื้นขึ้นมาในอกไหม ทั้งๆ ที่งานก็ไม่ได้หนักกว่าปกติ แต่มันกลับรู้สึกเหนื่อยล้าไปหมด ยิ่งเมื่อเราได้ยินคำพูดของเพื่อนร่วมงาน หรือเห็นความสำเร็จของใครบนโซเชียล ความรู้สึกที่ว่า “เราต้องขยันกว่านี้” ก็ยิ่งเข้ามากดดัน จนวันหยุดเสาร์อาทิตย์กลายเป็นแค่เวลาสำหรับเตรียมตัวทำงานในวันจันทร์
ถ้า เครียดงาน เสียงรอบข้างที่บอกว่าต้องสำเร็จ กำลังคืบคลานเข้ามาแย่งชิงพื้นที่ชีวิตส่วนตัวของเธอ เราอยากชวนมาเช็กและสร้างขอบเขตให้กับใจ ก่อนที่งานจะกลืนกินตัวตนของเธอไปจนหมดนะ
วัฒนธรรมการทำงานในปัจจุบัน มักหล่อหลอมให้เราเชื่อว่าการทำงานหนักคือเครื่องหมายของคนเก่ง การตอบแชทงานตอนสี่ทุ่ม หรือการหอบงานกลับมาทำในวันหยุด กลายเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำกัน
พอเห็นคนรอบตัววิ่งกันสุดกำลัง เราเลยรู้สึกผิดถ้าจะขอเดินช้าลง เสียงรอบข้างที่บอกว่าต้องสำเร็จดังกลบเสียงของร่างกายที่กำลังประท้วงว่า “ไม่ไหวแล้วนะ” เราเริ่มอนุญาตให้งานล้ำเส้นเข้ามาในเวลาพักผ่อน โดยลืมไปว่า คุณค่าของเราไม่ได้ผูกติดอยู่กับปริมาณงานที่ทำเสร็จในแต่ละวัน
ในวันที่ เครียดงาน เสียงรอบข้างที่บอกว่าต้องสำเร็จ ทำให้ใจไม่สงบ ลองลงมือทำสิ่งเล็กๆ เหล่านี้เพื่อดึงพื้นที่ของตัวเองกลับคืนมานะ:
ตั้งเวลาเลิกงานของตัวเองให้ชัดเจน เช่น หลัง 1 ทุ่มจะไม่มีการเช็กอีเมล หรือเปิดแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับงานอีก การปิดการแจ้งเตือนไม่ใช่การละทิ้งความรับผิดชอบ แต่คือความรับผิดชอบในการดูแลสุขภาพใจของตัวเอง เพื่อให้พรุ่งนี้เรามีแรงกลับไปทำงานได้อย่างเต็มที่
เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ลองหาทำกิจกรรมง่ายๆ เพื่อส่งสัญญาณให้สมองรู้ว่า “จบวันแล้วนะ” อาจจะเป็นการเปลี่ยนเสื้อผ้า รดน้ำต้นไม้ หรือฟังเพลงโปรดสักเพลง การสร้างจังหวะเชื่อมต่อระหว่างโหมดทำงานและโหมดพักผ่อน จะช่วยลดความเครียดสะสมที่พกกลับบ้านมาได้
ก่อนจะปิดคอมพิวเตอร์ ลองเขียนลิสต์ 3 สิ่งที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้ การจดมันลงไปบนกระดาษ จะช่วยปลดปล่อยสมองจากการต้องพยายามจำ และทำให้เราบอกตัวเองได้เต็มปากว่า “สำหรับวันนี้ เราทำดีที่สุดแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”
เธอสามารถเป็นคนเก่งและรับผิดชอบในหน้าที่การงานได้ โดยที่ไม่ต้องยอมให้งานเข้ามากัดกินเวลาส่วนตัว ความสำเร็จที่ดีที่สุด คือความสำเร็จที่ไม่ต้องแลกมาด้วยสุขภาพและรอยยิ้มของตัวเอง
ถ้า เครียดงาน เสียงรอบข้างที่บอกว่าต้องสำเร็จ ทำให้ใจล้าจนเกินไป ลองแวะมาเช็กระดับพลังงานของตัวเองกันหน่อยนะ จะได้รู้ว่าตอนนี้เราควรพักแบบไหนถึงจะฮีลใจได้ดีที่สุด
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

ทำไม ความคิดอยากลาออกที่เริ่มชัดขึ้น ถึงทำให้ใจล้ากว่างานที่เห็น “รู้ตัวแน่ๆ แล้วว่าไม่ทน แต่ทำไมช่วงรอเวลาออก ถึงเหนื่อยกว่าตอนที่สู้งานหนักๆ อีกนะ?” ช่วงเวลาแห่งกา

เครียดกับ การวางแผนออกจากงานโดยไม่เผาสะพาน ได้ ไม่ได้แปลว่าเราไม่อดทน “แค่นี้ทำเป็นเครียด คนอื่นเขาลาออกกันเยอะแยะ ไม่เห็นต้องคิดมากขนาดนี้เลย” เวลาที่เราพยายามจะอธิบายความกังวลในช่วง “เตรียมตัวลาออก”

เครียดกับ เช้าวันจันทร์ที่ไม่อยากลุกไปทำงาน ได้ ไม่ได้แปลว่าเราไม่อดทน “คนอื่นเขาก็ทำงานหนักกันทั้งนั้น ทำไมเราถึงรู้สึกเหมือนจะตายให้ได้อยู่คนเดียว?” ทุกเช้าวันจันทร์ เสียงนาฬิกาปลุกมักจะทำหน้าที่เหม