ที่พักใจ
ห้องสมุดใจเครื่องมือตู้ยาประจำใจ
Rest & Recovery

ทำไมความไม่แน่นอนที่ควบคุมไม่ได้ ถึงทำให้ใจล้ากว่างานจริง

เคยรู้สึกมั้ยว่า บางสัปดาห์งานก็ไม่ได้เยอะกว่าปกติ แต่ทำไมกลับบ้านมาแล้วรู้สึกเหมือนพลังงานถูกสูบจนเกลี้ยง? เราไม่ได้เหนื่อยแค่เพราะเดดไลน์ หรือจำนวนอีเมลที่ต้องตอบห

1 min read
ทำไมความไม่แน่นอนที่ควบคุมไม่ได้ ถึงทำให้ใจล้ากว่างานจริง

เคยรู้สึกมั้ยว่า บางสัปดาห์งานก็ไม่ได้เยอะกว่าปกติ แต่ทำไมกลับบ้านมาแล้วรู้สึกเหมือนพลังงานถูกสูบจนเกลี้ยง?

เราไม่ได้เหนื่อยแค่เพราะเดดไลน์ หรือจำนวนอีเมลที่ต้องตอบหรอกนะ แต่มันมีความเหนื่อยอีกประเภทหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่าน—นั่นคือความเหนื่อยจากการพยายามประคองตัวในสภาวะที่ 'เราคุมอะไรไม่ได้เลย'

และวันนี้เราอยากมาช่วยแกะรอยกันว่า ทำไมเจ้า 'ความไม่แน่นอน' นี้ถึงกินพลังใจเราได้มหาศาลขนาดนี้

เมื่อสมองต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อ 'เดา' อนาคต

ในทางจิตวิทยา สมองของเราถูกออกแบบมาให้ชอบความชัดเจน เพราะความชัดเจนหมายถึงความปลอดภัย แต่พอเราอยู่ในที่ทำงานที่ทิศทางเปลี่ยนไปมา วันนี้สั่งอย่าง พรุ่งนี้เปลี่ยนอีกอย่าง หรือมีข่าวลือเรื่องการปรับโครงสร้างที่ยังไม่มีใครสรุปได้

สมองจะเปลี่ยนโหมดไปทำงานแบบ High-Alert ทันที

มันจะเริ่มตั้งคำถามซ้ำๆ ว่า 'แล้วถ้ามันเป็นแบบนั้นล่ะ?' 'ถ้างานที่ทำอยู่ตอนนี้ต้องแก้ทิ้งหมดเลยล่ะ?' กระบวนการ 'เดาทาง' นี้ใช้พลังงานมหาศาลพอๆ กับการนั่งแก้งานจริงๆ เลยนะ แต่มันเป็นงานที่มองไม่เห็น และไม่มีใครขอบคุณเราที่ทำ

ทำไมใจถึงล้ากว่างานที่เห็น?

ความเครียดงานทั่วไป เรายังพอมองเห็นจุดสิ้นสุด เช่น 'ส่งโปรเจกต์นี้เสร็จแล้วจะได้พัก' แต่ความไม่แน่นอนที่ควบคุมไม่ได้มันไม่มีเส้นชัยที่ชัดเจน

มันเหมือนเรากำลังวิ่งมาราธอนบนลู่วิ่งไฟฟ้าที่ใครบางคนคอยปรับความเร็วและระดับความชันอยู่ตลอดเวลา โดยที่เราไม่รู้ว่าเขาจะหยุดเครื่องเมื่อไหร่

สภาวะแบบนี้ทำให้ใจเราล้า เพราะเราใช้ 'เกราะกันกระแทกใจ' (Resilience) ไปกับการพยายามรับมือความเปลี่ยนแปลง จนไม่มีเหลือไว้สร้างสรรค์งาน หรือแม้แต่จะคุยกับคนที่บ้านหลังเลิกงาน

3 วิธีคืนพื้นที่ปลอดภัยให้ใจ ในวันที่ทุกอย่างดูคลุมเครือ

ถ้าเธอเริ่มรู้สึกว่าความไม่แน่นอนนี้กำลังกลืนชีวิตส่วนตัว ลองค่อยๆ ทำตามนี้นะ

1. แยกแยะ 'สิ่งที่คุมได้' กับ 'สิ่งที่คุมไม่ได้'

ลองเขียนออกมาจริงๆ ในกระดาษนะ ด้านซ้ายคือสิ่งที่เราจัดการได้ (เช่น คุณภาพงานของเรา, เวลาที่เริ่มพัก) ด้านขวาคือสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม (เช่น การตัดสินใจของผู้บริหาร, สภาพเศรษฐกิจ)

โฟกัสแค่ด้านซ้ายให้ดีที่สุด ส่วนด้านขวา... ให้บอกตัวเองว่า 'เราเห็นเธอนะ แต่ตอนนี้เราขอยังไม่ยุ่งกับเธอ' การยอมรับว่าเราคุมไม่ได้ จะช่วยลดภาระที่ใจต้องแบกโดยเปล่าประโยชน์ลงได้เยอะเลย

2. สร้าง 'เกาะความแน่นอน' เล็กๆ ของตัวเอง

ในเมื่อเรื่องใหญ่ๆ คุมไม่ได้ ลองคุมเรื่องเล็กๆ ดูนะ เช่น การตั้งเป้าว่าจะดื่มกาแฟตอน 10 โมงทุกวัน หรือจะอ่านหนังสือ 5 หน้าก่อนนอน พิธีกรรมเล็กๆ ที่เราทำได้สม่ำเสมอจะส่งสัญญาณบอกสมองว่า 'เฮ้ ในโลกที่วุ่นวายนี้ ยังมีบางอย่างที่เราจัดการได้อยู่นะ'

3. ใจดีกับความ 'ไม่รู้' ของตัวเอง

การที่เรายังไม่มีคำตอบให้ทุกเรื่อง ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง หรือเราจัดการชีวิตไม่ได้นะ บางครั้งคำตอบที่ดีที่สุดในตอนนี้อาจจะเป็น 'ตอนนี้ยังไม่รู้ แต่จะลองไปทีละก้าวดูนะ'

เราไม่ได้อ่อนแอ เราแค่กำลังใช้พลังงานที่คนอื่นมองไม่เห็น

ถ้าวันนี้กลับบ้านไปแล้วอยากนั่งเฉยๆ ไม่อยากคุยกับใคร ไม่ต้องรู้สึกผิดนะ เธอไม่ได้ขี้เกียจ เธอแค่กำลังฟื้นฟูใจจากการแบกรับความไม่แน่นอนมาทั้งวัน

จำไว้นะว่าเราไม่ต้องสมบูรณ์แบบท่ามกลางความวุ่นวายนี้ก็ได้ แค่ผ่านวันนี้ไปได้โดยที่ยังใจดีกับตัวเองอยู่บ้าง... แค่นั้นก็เก่งมากแล้ว

ค่อยๆ ไปด้วยกันนะ


ถ้าช่วงนี้รู้สึกเหนื่อยเป็นพิเศษ ลองเช็กพลังงานใจดูหน่อยมั้ย? ลองอ่านบทความเรื่อง ทำไมการพักผ่อนถึงทำให้รู้สึกผิด? เพิ่มเติมได้นะ

จัดระเบียบความรู้สึก

ใช้ไพ่เป็นจุดตั้งต้นของการฟังใจ

เมื่อสิ่งข้างในยังเรียบเรียงไม่ชัด ลองใช้ไพ่เพื่อรับข้อความสะท้อนใจอย่างอ่อนโยน

เปิดไพ่สะท้อนใจ
ที่พักใจ - ผู้เขียนที่พักใจ

ที่พักใจ

ผู้เขียนContent Creator

เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ

50+ บทความดูแลสุขภาพจิตGen Z Advocate
ติดตามได้ที่:เว็บไซต์FacebookInstagram
ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พักใจ

บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

Share this article

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

พักกับ การรักใครสักคนโดยไม่ลืมตัวเอง ได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด
Rest & Recovery

พักกับ การรักใครสักคนโดยไม่ลืมตัวเอง ได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด

พักกับ การรักใครสักคนโดยไม่ลืมตัวเอง ได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด “ถ้าเราขอเวลาไปนอนพัก ทั้งที่เขากำลังมีปัญหา เราจะดูเป็นคนเห็นแก่ตัวไหม?” สำหรับคนที่เป็น “ผู้ให้” ในความสัมพันธ์ การเอ่ยปากขอเวลาส่วนตัวมัก

อ่านต่อ
พักกับ ความเหงาในความสัมพันธ์ ได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด
Rest & Recovery

พักกับ ความเหงาในความสัมพันธ์ ได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด

พักกับ ความเหงาในความสัมพันธ์ ได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด “มีแฟนแล้ว ทำไมยังรู้สึกเหงาอยู่เลย?” ความเหงาเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวด แต่ความเหงาที่เกิดขึ้นในขณะที่เรามีใครสักคนอยู่ข้างๆ มักจะเจ็บปวดและซับซ้อนก

อ่านต่อ
การพักในวันที่ ความรู้สึกผิดเวลาได้พัก ยังไม่จบ
Rest & Recovery

การพักในวันที่ ความรู้สึกผิดเวลาได้พัก ยังไม่จบ

การพักในวันที่ ความรู้สึกผิดเวลาได้พัก ยังไม่จบ “รู้นะว่าควรจะพัก แต่พอนอนเฉยๆ ก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนไม่มีค่าเลย” นี่คือเสียงสะท้อนจากหัวใจของคนที่ใช้ชีวิตผูกติดอยู่กับความพยายามมาตลอด เราถูกสอนว่

อ่านต่อ