เราไม่จำเป็นต้องแบก ความคิดอยากลาออกที่เริ่มชัดขึ้น ไว้คนเดียว “ถ้าบอกเพื่อนร่วมงานว่าอยากลาออก เขาจะเอาไปฟ้องเจ้านายไหม?” “ถ้าบอกที่บ้าน เขาต้องหาว่าเราไม่อดทนแน่ๆ” สำหรับคนที่เริ่มมั่นใจแล้วว่า “อยู

“ถ้าบอกเพื่อนร่วมงานว่าอยากลาออก เขาจะเอาไปฟ้องเจ้านายไหม?” “ถ้าบอกที่บ้าน เขาต้องหาว่าเราไม่อดทนแน่ๆ”
สำหรับคนที่เริ่มมั่นใจแล้วว่า “อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ไหวแล้ว” ความเครียดในช่วงนี้มักจะพุ่งขึ้นสูงสุด ไม่ใช่เพราะเนื้องานหนักขึ้น แต่เป็นเพราะเราต้องแบกรับ “ความลับ” ที่ยิ่งใหญ่เอาไว้คนเดียว เราต้องมานั่งทำงานร่วมกับคนที่กำลังจะกลายเป็นอดีตเพื่อนร่วมงาน เราต้องแกล้งยิ้มในที่ประชุม ทั้งที่ในใจกำลังนับถอยหลังวันจากลา
ความอึดอัดที่ต้องปั้นหน้า และความกังวลเรื่องอนาคต ทำให้อาการ เครียดสะสม ความคิดอยากลาออกที่เริ่มชัดขึ้น กลายเป็นก้อนหินที่ถ่วงอยู่ในอก เราเหมือนคนกำลังเดินไต่ลวดสลิงเพียงลำพัง โดยไม่กล้าร้องขอความช่วยเหลือจากใคร เพราะกลัวว่าความลับนี้จะหลุดรอดออกไปก่อนเวลาอันควร
ทำไมการเก็บเรื่องลาออกไว้คนเดียว ถึงทำให้เราเครียดสะสม?
ในทางจิตวิทยา เมื่อเรามีความคิดที่ขัดแย้งกับสภาพแวดล้อมตรงหน้า (Cognitive Dissonance) สมองจะทำงานหนักมากเพื่อรักษาภาพลักษณ์ภายนอกให้ดูเป็นปกติ ยิ่งเราเก็บ เครียดสะสม ความคิดอยากลาออกที่เริ่มชัดขึ้น ไว้ลึกเท่าไหร่ พลังงานชีวิตเราก็ยิ่งถูกสูบออกไปมากเท่านั้น
การต้องแอบไถดูประกาศหางาน การต้องแกล้งป่วยเพื่อไปสัมภาษณ์ที่ใหม่ ล้วนเป็นกระบวนการที่ทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยว และรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำสิ่งผิด ทั้งๆ ที่การลาออกเป็นเรื่องปกติธรรมดาสามัญที่สุดของการทำงาน
ถ้าการแบกความลับมันหนักเกินไป ลองหาพื้นที่ระบายด้วยวิธีเหล่านี้นะ:
การเตรียมตัวลาออกคือการทำงานแห่งความหวัง อย่าให้ความหวาดระแวงมาทำลายความตื่นเต้นในการก้าวเดินครั้งใหม่นี้นะ
ถ้า เครียดสะสม ความคิดอยากลาออกที่เริ่มชัดขึ้น เริ่มทำให้พลังงานหดหาย ลองมาทำควิซเพื่อเช็กแบตเตอรี่ใจ และรับคำแนะนำอย่างอ่อนโยน เพื่อเป็นกำลังใจให้เธอฝ่าฟันช่วงเวลาแห่งรอยต่อนี้ไปให้ได้อย่างงดงามที่สุดนะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

แยกภาระในหัวออกมาเมื่อ ความคาดหวังจากครอบครัว หนักเกินไป “ต้องส่งเงินให้ที่บ้าน ต้องหาเวลาไปเยี่ยมพ่อแม่ แถมต้องรักษาตำแหน่งงานไม่ให้ที่บ้านอายคนอื่นด้วย” ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่พยายามจะเป็นผู้ใหญ่ที่ด

ภาระใจที่ซ่อนอยู่หลัง การเป็นคนดีจนไม่มีที่ให้ตัวเอง “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราช่วยเอง” ประโยคนี้มักจะหลุดออกจากปากของคนที่เป็น “ผู้ให้” หรือ People Pleaser ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับเป็นระบบอัตโนมัติที่ถ

ภาระใจที่ซ่อนอยู่หลัง ความคาดหวังจากครอบครัว “เรียนจบแล้วจะสอบรับราชการไหม?” “เมื่อไหร่จะมีบ้านเป็นของตัวเองให้พ่อแม่ภูมิใจ?” ในขณะที่เรากำลังใช้ชีวิตและพยายามเอาตัวรอดจากการทำงานในแต่ละวันอย่างสุดกำ