ขอบเขตที่ดีช่วยให้เรายังอ่อนโยนกับ วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ได้ เมื่อเดือนสิงหาคมเดินทางมาถึง ฟีดโซเชียลมีเดียมักจะเต็มไปด้วยภาพครอบครัวที่อบอุ่นและคำบอกรักแม่ที่ซาบซึ้ง สำหรับหลายคน นี่คือช่วง

เมื่อเดือนสิงหาคมเดินทางมาถึง ฟีดโซเชียลมีเดียมักจะเต็มไปด้วยภาพครอบครัวที่อบอุ่นและคำบอกรักแม่ที่ซาบซึ้ง สำหรับหลายคน นี่คือช่วงเวลาแห่งความสุข แต่สำหรับคนที่มีบาดแผลในครอบครัว เทศกาลแบบนี้มักจะเป็นช่วงเวลาที่กระตุ้นความเจ็บปวดและความรู้สึกผิดให้ทำงานหนักที่สุด
ความคาดหวังของสังคมที่บอกว่า “ลูกที่ดีต้องรักแม่” มักจะขัดแย้งกับความเป็นจริงที่ว่า ไม่ใช่ทุกครอบครัวจะเป็นเซฟโซน (Safe Zone) เมื่อเราพยายามจะ ตั้งขอบเขต วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน เพื่อปกป้องใจตัวเอง เรามักจะถูกโจมตีด้วยความรู้สึกอกตัญญู เราอยากจะหนีไปให้ไกล แต่ลึกๆ ก็ยังอยากจะได้รับความรักและความเข้าใจจากแม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ
ความย้อนแย้งนี้แหละ ที่ทำให้เทศกาลครอบครัว กลายเป็นสิ่งที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เรามักจะถูกสอนว่า การกตัญญูคือการยอมจำนนต่อทุกสิ่ง แต่ในทางจิตวิทยา การตั้งขอบเขต (Boundaries) คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยปกป้องไม่ให้ความสัมพันธ์นั้นพังทลายลงไปมากกว่าเดิม
เวลาที่เรายอมให้ครอบครัวล้ำเส้นเข้ามาทำร้ายจิตใจซ้ำๆ ความโกรธและความแค้นจะค่อยๆ สะสมจนกลายเป็นความเกลียดชัง การ ตั้งขอบเขต วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน จึงไม่ใช่การบอกว่า “ฉันเกลียดแม่” แต่มันคือการบอกว่า “ฉันอยากจะรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ โดยที่ตัวฉันเองก็ไม่ต้องแตกสลายด้วย”
การมีระยะห่างที่พอดี จะช่วยให้เราสามารถมองเห็นครอบครัวในฐานะ “มนุษย์ธรรมดา” ที่มีทั้งข้อดีและข้อบกพร่องได้ชัดเจนขึ้น และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการให้อภัยในอนาคต
ถ้าเทศกาลครอบครัวทำให้เธออึดอัด ลองโอบกอดตัวเองด้วยวิธีเหล่านี้นะ:
อย่าปล่อยให้มาตรฐานความกตัญญูของสังคม มาบีบบังคับให้เธอต้องทนอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษเลยนะ เธอมีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเอง และมีสิทธิ์ที่จะออกแบบขอบเขตความรักในแบบของเธอเอง
ถ้า การ ตั้งขอบเขต วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ยังทำให้ใจสั่นไหว ลองแวะมาเติมเต็มถ้อยคำใจดีให้กับตัวเอง เพื่อยืนยันว่าเธอไม่ได้เป็นคนไม่ดี และเธอคู่ควรกับการได้รับความรักที่ปลอดภัยเสมอนะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

ทำไม สมองล้าจากงานและหน้าจอ ถึงทำให้การตั้งขอบเขตยากขึ้น “รู้ว่าควรปฏิเสธ แต่พอหัวหน้าสั่งมา ปากมันก็เผลอตอบตกลงไปแล้ว” เคยสังเกตไหมว่า ยิ่งเราทำงานเหนื่อยมากเท่าไหร่ เรายิ่งกลายเป็นคนที่ “ใจดีเกินไป”

ประโยคตั้งขอบเขตเมื่อ ครึ่งปีแรกที่ไม่เป็นไปตามแผน ทำให้เราลำบากใจ “งานนี้ด่วนมาก ช่วยทำให้พี่หน่อยนะ” “เสาร์อาทิตย์นี้แวะมาออฟฟิศแป๊บเดียวได้ไหม?” เวลาที่เราเพิ่งผ่านการทบทวนผลงานครึ่งปีมาหมาดๆ แล้วพ

อยากมีขอบเขตกับ เสียงในหัวที่บอกว่าเราเป็นตัวปลอม ไม่ได้แปลว่าเราใจร้าย “เธอทำไม่ได้หรอก” “เดี๋ยวเขาก็รู้ว่าเธอไม่ได้เก่งจริง” เสียงกระซิบเหล่านี้มักจะดังขึ้นมาเสมอเวลาที่เรากำลังจะก้าวออกจาก Comfort