ในวันที่มี ความกลัวว่าเริ่มช้าเกินไป เราก็ยังคู่ควรกับความอ่อนโยน “ถ้าเราทำสิ่งนี้ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว ป่านนี้คงไปได้ไกลแล้ว” “อายุเท่านี้เพิ่งมาเริ่มใหม่ มันจะสายไปไหมนะ?” เคยมีเสียงแบบนี้ผุดขึ้นมาใน

“ถ้าเราทำสิ่งนี้ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว ป่านนี้คงไปได้ไกลแล้ว”
“อายุเท่านี้เพิ่งมาเริ่มใหม่ มันจะสายไปไหมนะ?”
เคยมีเสียงแบบนี้ผุดขึ้นมาในหัวตอนที่กำลังจะลงมือทำอะไรสักอย่างไหมคะ เสียงที่คอยกระซิบว่าเวลาของเรากำลังจะหมดลง เสียงที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองล้าหลังจนไม่อยากจะเริ่มต้นอะไรเลย... ในวันที่มี ความกลัวว่าเริ่มช้าเกินไป ตามมาหลอกหลอน มันง่ายมากที่เราจะเผลอคิดไปว่าตัวเองไม่เก่งและไม่มีค่าพอ
สังคมมักจะชื่นชม “ความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย” เราเห็นข่าวเศรษฐีร้อยล้านวัยยี่สิบต้นๆ หรืออายุน้อยร้อยล้านกันจนชินตา ภาพจำเหล่านี้ค่อยๆ หล่อหลอมให้เราเชื่อว่า ความสำเร็จที่แท้จริงต้องมาพร้อมกับความเยาว์วัยเท่านั้น
แต่ความจริงแล้ว ความคิดที่ว่า “สายเกินไป” เป็นเพียงกรอบเวลาสมมติที่เราอนุญาตให้มันมากักขังตัวเราเอง การเริ่มต้นใหม่ในวัยที่โตขึ้น ไม่ได้แปลว่าเราเสียเวลาเปล่า แต่มันแปลว่าเรากำลังเริ่มต้นด้วยประสบการณ์ บทเรียน และความเข้าใจตัวเองที่ลึกซึ้งกว่าเดิมต่างหาก
เมื่อเรารู้สึกไม่มีค่า เพราะ ความกลัวว่าเริ่มช้าเกินไป ลองมองกลับไปดูเส้นทางที่ผ่านมาสิ รอยขีดข่วนและความล้มเหลวที่เธอเคยเจอ ไม่ใช่รอยตำหนิหรอกนะ แต่มันคือเข็มทิศที่ช่วยให้การเริ่มต้นใหม่ในวันนี้ มั่นคงและชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ
มีคำกล่าวหนึ่งบอกว่า “เวลาที่ดีที่สุดในการปลูกต้นไม้คือ 20 ปีที่แล้ว และเวลาที่ดีที่สุดรองลงมาก็คือ วันนี้”
ไม่ว่าอดีตเราจะเคยตัดสินใจพลาดไปกี่ครั้ง ไม่ว่าเราจะปล่อยเวลาให้หลุดลอยไปนานแค่ไหน เราก็ยังมีสิทธิ์เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ การอนุญาตให้ตัวเองได้ลองอีกครั้ง คือการบอกรักตัวเองที่ทรงพลังที่สุดเลยนะ
ในวันที่รู้สึกว่าตัวเองเดินช้า ลองปรับมุมมองใหม่นะ:
ชีวิตไม่ใช่การวิ่งแข่ง 100 เมตรที่มีเส้นชัยรออยู่แค่จุดเดียว แต่มันคือการเดินทางไกลที่เราสามารถแวะพัก เปลี่ยนเส้นทาง หรือเดินถอยหลังได้ตามใจชอบ
ไม่ต้องกลัวว่าจะไปไม่ถึง และไม่ต้องกลัวว่าจะช้ากว่าใคร เพราะในเส้นทางของเธอ ไม่มีใครเดินเก่งไปกว่าตัวเธอเองหรอกนะ
แม้ในวันที่มี ความกลัวว่าเริ่มช้าเกินไป ขอให้รู้ไว้ว่าเธอก็ยังเก่งกาจและคู่ควรกับความรักเสมอ... ลองส่งต่อความอ่อนโยนให้ตัวเอง ผ่านการมาทบทวนสิ่งดีๆ ในตัวเองกันนะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
กำลังรู้สึกแบบนี้...

Self-Love Rebellion: วาเลนไทน์นี้... ฉันจะเดตกับตัวเอง เดือนกุมภาพันธ์ เดือนที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีชมพู กล่องขนมหวานที่วางเรียงราย และโฆษณาที่พยายามบอกว่าความสุขจะสมบูรณ์แบบได้ก็ต่อเมื่อมี "คู่" ให้

New Year, Same You (But Kinder) ปีใหม่ไม่ต้องคนใหม่ แค่ใจดีกับตัวเองกว่าเดิมก็พอ เสียงพลุเฉลิมฉลองเงียบลงแล้ว ปฏิทินหน้าแรกถูกเปิดออก พร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งที่ก่อตัวขึ้นในใจของใครหลายคน... ความรู้