เคยรู้สึกมั้ย... ยิ่งปฏิทินเหลือน้อยหน้าเท่าไหร่ เรายิ่งกลายเป็นคนที่ดุตัวเองเก่งขึ้นเท่านั้น เรามองย้อนกลับไปที่เป้าหมายกองโตที่ตั้งไว้เมื่อต้นปี แล้วเริ่มขีดฆ่าสิ่

เคยรู้สึกมั้ย... ยิ่งปฏิทินเหลือน้อยหน้าเท่าไหร่ เรายิ่งกลายเป็นคนที่ดุตัวเองเก่งขึ้นเท่านั้น เรามองย้อนกลับไปที่เป้าหมายกองโตที่ตั้งไว้เมื่อต้นปี แล้วเริ่มขีดฆ่าสิ่งที่เรา "ทำไม่ได้" ออกไป พร้อมๆ กับความรู้สึกที่ว่าตัวเราเองก็มีค่าลดน้อยลงไปด้วย
การต้องมานั่ง "จัดลำดับสิ่งสำคัญ" (Prioritization) ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีเป็นเรื่องที่เจ็บปวดนะ เพราะมันมักจะมาพร้อมกับการยอมรับว่าเราทำทุกอย่างไม่ได้จริงๆ เราต้องเลือกสละบางความฝัน หรือเลื่อนบางความตั้งใจออกไป และสำหรับหลายๆ คน การสละสิ่งเหล่านั้นหมายถึงความล้มเหลว
เรารู้ว่าการยอมแพ้ต่อบางเป้าหมายมันน่าอึดอัด และเราอยากบอกว่า... คุณค่าของเธอไม่ได้ถูกวัดด้วยจำนวนข้อที่เธอติ๊กถูกในลิสต์เป้าหมายหรอกนะ การที่เธอรู้จักเลือกสิ่งสำคัญจริงๆ ในตอนนี้ คือวุฒิภาวะที่น่ายกย่องที่สุดอย่างหนึ่งเลย
ทำไมเราถึงรู้สึกไม่มีค่า เมื่อเราทำตามแผนไม่ได้ทั้งหมด? ในทางจิตวิทยา เรามักจะเอาตัวตน (Self-identity) ไปผูกไว้กับผลผลิต (Productivity) เมื่อผลผลิตไม่เป็นไปตามคาด เราจึงรู้สึกว่าตัวตนของเราบกพร่องไปด้วย
การจัดลำดับสิ่งสำคัญก่อนหมดปี คือการเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าเรามีทรัพยากร (เวลา, พลังงาน, ใจ) ที่จำกัด การที่เราต้องเลือกทำแค่บางอย่าง ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง แต่มันแปลว่าเรากำลังใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างชาญฉลาดที่สุด
คุณค่าของเธอนั้นคงที่และหยั่งรากลึกอยู่ในความเป็นมนุษย์ที่พยายามและเรียนรู้มาตลอดทั้งปี ไม่ใช่ตัวเลขที่เหลืออยู่ในตารางงาน
ถ้าเธอกำลังรู้สึกแย่ที่ต้องทิ้งบางเป้าหมายไป ลองใช้มุมมองเหล่านี้เพื่อดึงความมั่นใจกลับมานะ:
เป้าหมายเมื่อต้นปีอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการในตอนนี้แล้วก็ได้นะ การกล้าที่จะบอกว่า "สิ่งนี้ไม่สำคัญสำหรับเราแล้ว" คือการซื่อตรงต่อตัวเองที่น่ายกย่องที่สุด อย่าแบกเป้าหมายของอดีตมาทับถมปัจจุบันของเธอเลย
ปีนี้เธอใจดีกับคนรอบข้างมากขึ้นมั้ย? เธอใจเย็นลงบ้างมั้ย? เธอเรียนรู้ที่จะปฏิเสธในสิ่งที่ลำบากใจได้หรือยัง? สิ่งเหล่านี้ไม่มีในลิสต์เป้าหมายทางการงาน แต่มันคือการเติบโตที่มีค่ามหาศาล และเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเธอเก่งขึ้นมากแค่ไหน
เมื่อเธอเลือกที่จะทำน้อยลง เพื่อให้สิ่งที่เหลืออยู่นั้นดีขึ้น นั่นคือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี การทุ่มเทพลังงานให้กับสิ่งที่ส่งผลดีต่อใจจริงๆ คือการรักตัวเองในรูปแบบที่ลึกซึ้งที่สุด
บอกตัวเองดังๆ ว่า "ปีนี้เราทำมาเยอะแล้วนะ ขอบคุณนะที่พาเรามาถึงตรงนี้" การขอบคุณตัวเองในสิ่งที่ทำสำเร็จไปแล้ว จะช่วยให้ใจเบาสบายและมีแรงสำหรับสิ่งที่สำคัญจริงๆ
อยากบอกเธอว่า แผนการมีไว้เพื่อนำทาง ไม่ใช่เพื่อจองจำความสุขของเรา
ไม่ต้องรอให้ทำได้ครบทุกข้อถึงจะอนุญาตให้ตัวเองรู้สึกภูมิใจได้นะ
การที่เธอยังมีลมหายใจ มีรอยยิ้ม และมีความตั้งใจที่จะก้าวต่อไปในปีหน้า นั่นคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เพียงพอแล้ว
รักษาความอ่อนโยนต่อตัวเองไว้นะ ในวันที่โลกพยายามจะวัดค่าเธอด้วยผลลัพธ์
เราจะอยู่ตรงนี้เป็นเพื่อนเธอเสมอ ภูมิใจในตัวเธอที่กล้าจะเลือกและกล้าที่จะใจดีกับตัวเองนะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

ในวันที่มี การวางแผนออกจากงานโดยไม่เผาสะพาน เราก็ยังคู่ควรกับความอ่อนโยน “ถ้าเราออกไปตอนนี้ ทีมต้องลำบากแน่ๆ เรามันเป็นคนเห็นแก่ตัวจริงๆ” ในช่วงเดือนสุดท้ายของการทำง

ทำไม สภาพแวดล้อมงานที่เริ่มเป็นพิษ ถึงทำให้เรารู้สึกว่าไม่ดีพอ “หรือเราจะทำงานไม่เก่งจริงๆ อย่างที่เขาว่า?” เวลาที่เราต้องอยู่ในองค์กรที่มีการแข่งขันสูง เจ้านายที่ชอบตำหนิมากกว่าชื่นชม หรือเพื่อนร่วมง

กลับมาคุยกับตัวเองอย่างใจดีเมื่อ ความคาดหวังจากครอบครัว ทำให้เสียศูนย์ “ทำไมเรียนจบตั้งนานแล้ว ยังไม่เป็นหลักเป็นฐานสักที?” ในหลายๆ ครอบครัว ความรักมักจะถูกแสดงออกผ่านความคาดหวัง ยิ่งพ่อแม่คาดหวังสูง