เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางครั้งเราถึงมีปฏิกิริยากับเรื่องบางเรื่องรุนแรงกว่าปกติ เช่น รู้สึกตัวเล็กลงทันทีเวลาที่หัวหน้าขึ้นเสียงใส่ รู้สึกหวาดกลัวอย่างหนักเวลาที่แฟนตอบข้อความช้า หรือรู้สึกอยากร้องไห้เวล

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางครั้งเราถึงมีปฏิกิริยากับเรื่องบางเรื่องรุนแรงกว่าปกติ
เช่น รู้สึกตัวเล็กลงทันทีเวลาที่หัวหน้าขึ้นเสียงใส่ รู้สึกหวาดกลัวอย่างหนักเวลาที่แฟนตอบข้อความช้า หรือรู้สึกอยากร้องไห้เวลาที่ทำอะไรผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ทั้งที่เราโตเป็นผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบชีวิตตัวเองได้แล้ว แต่ในเสี้ยววินาทีเหล่านั้น เรากลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ ที่ทำอะไรไม่ถูก
มีเพื่อนคนหนึ่งเคยมาเล่าให้ฟังว่า เขาเป็นคนที่ปฏิเสธใครไม่เป็นเลย ใครขอให้ช่วยอะไรก็ยอมทำให้หมด แม้ว่าตัวเองจะเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด เขาบอกว่าเวลาที่กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ ใจมันจะสั่น และมีความคิดแวบเข้ามาในหัวว่า ถ้าไม่ช่วย เขาจะไม่รักเรา ถ้าเราไม่มีประโยชน์ เขาจะทิ้งเราไป
เมื่อเราลองค่อยๆ ชวนเขานั่งคุยและสืบย้อนกลับไปถึงความรู้สึกนั้น จึงพบว่าความกลัวที่จะถูกทิ้ง ไม่ใช่ความรู้สึกของเขาในวัยสามสิบปี แต่เป็นความรู้สึกของเด็กชายวัยเจ็ดขวบในอดีต ที่เคยถูกพ่อแม่ดุว่าถ้าเป็นเด็กดื้อและไม่ทำตามคำสั่ง จะไม่รักและจะเอาไปทิ้งไว้ที่อื่น
แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี แต่บาดแผลของเด็กคนนั้นยังคงสดใหม่ และซ่อนตัวอยู่ใต้ภาพลักษณ์ของผู้ใหญ่ที่เก่งกาจ
ในทางจิตวิทยา เราเรียกสิ่งนี้ว่า Inner Child หรือ เด็กน้อยในใจ ซึ่งก็คือตัวเราเองในวัยเด็กพร้อมกับความทรงจำ ประสบการณ์ และบาดแผลทั้งหมดที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา เวลาที่เราเจอเหตุการณ์ที่ไปสะกิดปมเดิมๆ สมองจะสวิตช์การทำงานกลับไปใช้กลไกการป้องกันตัวแบบเดียวกับตอนที่เรายังเป็นเด็กทันที
ถ้าในอดีตเราเคยแก้ปัญหาความกลัวด้วยการร้องไห้ หรือการยอมทำตามทุกอย่างเพื่อให้ผู้ใหญ่พอใจ พอโตขึ้น เด็กน้อยคนนั้นก็จะยังคงใช้วิธีเดิมในการรับมือกับโลกที่โหดร้าย เพราะเขาไม่เคยถูกสอนว่า วันนี้เขามีวิธีรับมือที่ดีกว่านั้นแล้ว
หลายคนพยายามกดทับเสียงของเด็กคนนี้ไว้ พยายามทำตัวเข้มแข็งและดุด่าตัวเองเวลาที่รู้สึกอ่อนแอ เราบอกตัวเองว่า โตป่านนี้แล้ว เลิกร้องไห้สักที หรือ ทำไมถึงเป็นคนอ่อนไหวแบบนี้นะ แต่ยิ่งเราดุด่าและผลักไสเขา เด็กน้อยในใจก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวและร้องไห้เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะสิ่งที่เขาต้องการ ไม่ใช่การถูกสั่งสอน แต่คือการถูกมองเห็นและได้รับการโอบกอด
เข้าใจเลยนะว่าการต้องย้อนกลับไปมองอดีตที่เจ็บปวด หรือยอมรับว่าข้างในของเรายังมีเด็กที่เปราะบางซ่อนอยู่ มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวและต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก ใครๆ ก็อยากจะมีแต่ความทรงจำที่สวยงามกันทั้งนั้น
แต่อยากชวนให้ลองค่อยๆ กลับไปทำความรู้จักกับเขาดูนะ ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปหาเขาทีละนิด ลองใช้วิธีง่ายๆ เหล่านี้เพื่อเริ่มต้นสร้างสายสัมพันธ์กับเด็กน้อยในใจดูสิ
สังเกตและรับฟังเสียงของเขา
เวลาที่รู้สึกโกรธจัด เศร้าจัด หรือกลัวมากๆ ลองหยุดพักสักครู่ หลับตาลง แล้วถามตัวเองว่า ตอนนี้ใครกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่ ผู้ใหญ่ในวันนี้ หรือเด็กน้อยในอดีต เมื่อเราแยกแยะได้ เราจะเริ่มมองเห็นเขาชัดเจนขึ้น และลดการตัดสินตัวเองลง
เขียนจดหมายหาตัวเองในวัยเด็ก
ลองหยิบกระดาษขึ้นมาหนึ่งแผ่น แล้วเขียนถึงตัวเองในวัยเด็กที่กำลังร้องไห้หรือโดดเดี่ยว บอกเขาว่าเราเห็นความเจ็บปวดของเขานะ ขอโทษที่ผ่านมาอาจจะละเลยเขาไป และบอกเขาว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราที่เป็นผู้ใหญ่คนนี้ จะปกป้องและดูแลเขาเอง
อนุญาตให้ตัวเองทำสิ่งที่วัยเด็กขาดหายไป
ถ้าตอนเด็กๆ ไม่เคยได้กินขนมที่อยากกิน ไม่เคยได้ไปเที่ยวสวนสนุก หรือไม่เคยได้รับคำชม ลองทำสิ่งเหล่านั้นให้ตัวเองในวันนี้ดู ซื้อไอศกรีมรสที่ชอบที่สุด นั่งดูการ์ตูนเรื่องโปรด หรือยืนหน้ากระจกแล้วเอ่ยปากชมตัวเองด้วยความจริงใจ การเติมเต็มสิ่งเหล่านี้ คือการบอกเด็กในใจว่า เขาคู่ควรกับความสุขเสมอ
ถ้าลองทำแล้วน้ำตาไหลออกมา หรือรู้สึกเจ็บปวดปะทุขึ้นมาอีก ก็ไม่เป็นไรเลย ปล่อยให้น้ำตาได้ทำหน้าที่ชำระล้างบาดแผลเก่าๆ ไปนะ การเยียวยาต้องใช้เวลา ไม่ต้องรีบให้เขาหยุดร้องไห้ แค่นั่งอยู่ข้างๆ เขาอย่างเข้าใจก็เพียงพอแล้ว
อย่าลืมนะว่า เด็กน้อยคนนั้นเดินทางผ่านเรื่องราวหนักหนามามากมายเพียงลำพัง วันนี้เขามีเราที่เป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงพอจะปกป้องเขาแล้ว ลองกลับไปกอดเขาแน่นๆ แล้วบอกเขาว่า ไม่ต้องกลัวแล้วนะ เราอยู่ตรงนี้เสมอ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
กำลังรู้สึกแบบนี้...
ใจที่เหนื่อยจาก ทางเลือกชีวิตที่ยังไม่ชัด สมควรได้รับการดูแล เวลาที่คนรอบตัวดูเหมือนจะรู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร หรือกำลังเดินหน้าไปทางไหนอย่างมั่นใจ มันง่ายมากเลยนะที่เราจะกลับมามองตัวเองแล้วแอบถอนหายใ