ที่พักใจ
ห้องสมุดใจเครื่องมือตู้ยาประจำใจ
Self-Care & Healing

ล็อกอินเข้าสู่หัวใจ: ลองกลับไปกอดเด็กน้อยคนนั้นในใจเธอดูสิ

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางครั้งเราถึงมีปฏิกิริยากับเรื่องบางเรื่องรุนแรงกว่าปกติ เช่น รู้สึกตัวเล็กลงทันทีเวลาที่หัวหน้าขึ้นเสียงใส่ รู้สึกหวาดกลัวอย่างหนักเวลาที่แฟนตอบข้อความช้า หรือรู้สึกอยากร้องไห้เวล

1 min read
ล็อกอินเข้าสู่หัวใจ: ลองกลับไปกอดเด็กน้อยคนนั้นในใจเธอดูสิ

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางครั้งเราถึงมีปฏิกิริยากับเรื่องบางเรื่องรุนแรงกว่าปกติ

เช่น รู้สึกตัวเล็กลงทันทีเวลาที่หัวหน้าขึ้นเสียงใส่ รู้สึกหวาดกลัวอย่างหนักเวลาที่แฟนตอบข้อความช้า หรือรู้สึกอยากร้องไห้เวลาที่ทำอะไรผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ทั้งที่เราโตเป็นผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบชีวิตตัวเองได้แล้ว แต่ในเสี้ยววินาทีเหล่านั้น เรากลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ ที่ทำอะไรไม่ถูก

มีเพื่อนคนหนึ่งเคยมาเล่าให้ฟังว่า เขาเป็นคนที่ปฏิเสธใครไม่เป็นเลย ใครขอให้ช่วยอะไรก็ยอมทำให้หมด แม้ว่าตัวเองจะเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด เขาบอกว่าเวลาที่กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ ใจมันจะสั่น และมีความคิดแวบเข้ามาในหัวว่า ถ้าไม่ช่วย เขาจะไม่รักเรา ถ้าเราไม่มีประโยชน์ เขาจะทิ้งเราไป

เมื่อเราลองค่อยๆ ชวนเขานั่งคุยและสืบย้อนกลับไปถึงความรู้สึกนั้น จึงพบว่าความกลัวที่จะถูกทิ้ง ไม่ใช่ความรู้สึกของเขาในวัยสามสิบปี แต่เป็นความรู้สึกของเด็กชายวัยเจ็ดขวบในอดีต ที่เคยถูกพ่อแม่ดุว่าถ้าเป็นเด็กดื้อและไม่ทำตามคำสั่ง จะไม่รักและจะเอาไปทิ้งไว้ที่อื่น

แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี แต่บาดแผลของเด็กคนนั้นยังคงสดใหม่ และซ่อนตัวอยู่ใต้ภาพลักษณ์ของผู้ใหญ่ที่เก่งกาจ

ในทางจิตวิทยา เราเรียกสิ่งนี้ว่า Inner Child หรือ เด็กน้อยในใจ ซึ่งก็คือตัวเราเองในวัยเด็กพร้อมกับความทรงจำ ประสบการณ์ และบาดแผลทั้งหมดที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา เวลาที่เราเจอเหตุการณ์ที่ไปสะกิดปมเดิมๆ สมองจะสวิตช์การทำงานกลับไปใช้กลไกการป้องกันตัวแบบเดียวกับตอนที่เรายังเป็นเด็กทันที

ถ้าในอดีตเราเคยแก้ปัญหาความกลัวด้วยการร้องไห้ หรือการยอมทำตามทุกอย่างเพื่อให้ผู้ใหญ่พอใจ พอโตขึ้น เด็กน้อยคนนั้นก็จะยังคงใช้วิธีเดิมในการรับมือกับโลกที่โหดร้าย เพราะเขาไม่เคยถูกสอนว่า วันนี้เขามีวิธีรับมือที่ดีกว่านั้นแล้ว

หลายคนพยายามกดทับเสียงของเด็กคนนี้ไว้ พยายามทำตัวเข้มแข็งและดุด่าตัวเองเวลาที่รู้สึกอ่อนแอ เราบอกตัวเองว่า โตป่านนี้แล้ว เลิกร้องไห้สักที หรือ ทำไมถึงเป็นคนอ่อนไหวแบบนี้นะ แต่ยิ่งเราดุด่าและผลักไสเขา เด็กน้อยในใจก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวและร้องไห้เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะสิ่งที่เขาต้องการ ไม่ใช่การถูกสั่งสอน แต่คือการถูกมองเห็นและได้รับการโอบกอด

เข้าใจเลยนะว่าการต้องย้อนกลับไปมองอดีตที่เจ็บปวด หรือยอมรับว่าข้างในของเรายังมีเด็กที่เปราะบางซ่อนอยู่ มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวและต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก ใครๆ ก็อยากจะมีแต่ความทรงจำที่สวยงามกันทั้งนั้น

แต่อยากชวนให้ลองค่อยๆ กลับไปทำความรู้จักกับเขาดูนะ ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปหาเขาทีละนิด ลองใช้วิธีง่ายๆ เหล่านี้เพื่อเริ่มต้นสร้างสายสัมพันธ์กับเด็กน้อยในใจดูสิ

  1. สังเกตและรับฟังเสียงของเขา
    เวลาที่รู้สึกโกรธจัด เศร้าจัด หรือกลัวมากๆ ลองหยุดพักสักครู่ หลับตาลง แล้วถามตัวเองว่า ตอนนี้ใครกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่ ผู้ใหญ่ในวันนี้ หรือเด็กน้อยในอดีต เมื่อเราแยกแยะได้ เราจะเริ่มมองเห็นเขาชัดเจนขึ้น และลดการตัดสินตัวเองลง

  2. เขียนจดหมายหาตัวเองในวัยเด็ก
    ลองหยิบกระดาษขึ้นมาหนึ่งแผ่น แล้วเขียนถึงตัวเองในวัยเด็กที่กำลังร้องไห้หรือโดดเดี่ยว บอกเขาว่าเราเห็นความเจ็บปวดของเขานะ ขอโทษที่ผ่านมาอาจจะละเลยเขาไป และบอกเขาว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราที่เป็นผู้ใหญ่คนนี้ จะปกป้องและดูแลเขาเอง

  3. อนุญาตให้ตัวเองทำสิ่งที่วัยเด็กขาดหายไป
    ถ้าตอนเด็กๆ ไม่เคยได้กินขนมที่อยากกิน ไม่เคยได้ไปเที่ยวสวนสนุก หรือไม่เคยได้รับคำชม ลองทำสิ่งเหล่านั้นให้ตัวเองในวันนี้ดู ซื้อไอศกรีมรสที่ชอบที่สุด นั่งดูการ์ตูนเรื่องโปรด หรือยืนหน้ากระจกแล้วเอ่ยปากชมตัวเองด้วยความจริงใจ การเติมเต็มสิ่งเหล่านี้ คือการบอกเด็กในใจว่า เขาคู่ควรกับความสุขเสมอ

ถ้าลองทำแล้วน้ำตาไหลออกมา หรือรู้สึกเจ็บปวดปะทุขึ้นมาอีก ก็ไม่เป็นไรเลย ปล่อยให้น้ำตาได้ทำหน้าที่ชำระล้างบาดแผลเก่าๆ ไปนะ การเยียวยาต้องใช้เวลา ไม่ต้องรีบให้เขาหยุดร้องไห้ แค่นั่งอยู่ข้างๆ เขาอย่างเข้าใจก็เพียงพอแล้ว

อย่าลืมนะว่า เด็กน้อยคนนั้นเดินทางผ่านเรื่องราวหนักหนามามากมายเพียงลำพัง วันนี้เขามีเราที่เป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงพอจะปกป้องเขาแล้ว ลองกลับไปกอดเขาแน่นๆ แล้วบอกเขาว่า ไม่ต้องกลัวแล้วนะ เราอยู่ตรงนี้เสมอ

เติมกำลังใจวันนี้

หยิบข้อความอ่อนโยนสำหรับวันนี้

ข้อความสั้น ๆ ที่หยิบอ่านได้ทันที ในวันที่อยากวางใจลงสักครู่

รับข้อความฮีลใจฟรี
ที่พักใจ - ผู้เขียนที่พักใจ

ที่พักใจ

ผู้เขียนContent Creator

เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ

50+ บทความดูแลสุขภาพจิตGen Z Advocate
ติดตามได้ที่:เว็บไซต์FacebookInstagram
ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พักใจ

บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

Share this article

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใจที่เหนื่อยจาก สภาพแวดล้อมงานที่เริ่มเป็นพิษ สมควรได้รับการดูแล
Self-Care & Healing

ใจที่เหนื่อยจาก สภาพแวดล้อมงานที่เริ่มเป็นพิษ สมควรได้รับการดูแล

ใจที่เหนื่อยจาก สภาพแวดล้อมงานที่เริ่มเป็นพิษ สมควรได้รับการดูแล “ทำไมเราถึงรู้สึกแย่ขนาดนี้นะ ทั้งที่คนอื่นก็เจอเหมือนๆ กัน?” เวลาที่เราต้องทนทำงานในสถานที่ที่มีแต่

อ่านต่อ
ทำไม ความคาดหวังจากครอบครัว ถึงต้องการการดูแลใจมากกว่าคำปลอบเร็วๆ
Self-Care & Healing

ทำไม ความคาดหวังจากครอบครัว ถึงต้องการการดูแลใจมากกว่าคำปลอบเร็วๆ

ทำไม ความคาดหวังจากครอบครัว ถึงต้องการการดูแลใจมากกว่าคำปลอบเร็วๆ “ช่างมันเถอะ เขาแก่แล้ว เปลี่ยนเขาไม่ได้หรอก” “อย่าคิดมากเลย พ่อแม่เขาก็หวังดีแหละ” เวลาที่เราแบกรับความกดดันจากคนในบ้านจนทนไม่ไหว และ

อ่านต่อ
ใจที่เหนื่อยจาก คำถามจากคนรอบตัวที่ทำให้ใจหนัก สมควรได้รับการดูแล
Self-Care & Healing

ใจที่เหนื่อยจาก คำถามจากคนรอบตัวที่ทำให้ใจหนัก สมควรได้รับการดูแล

ใจที่เหนื่อยจาก คำถามจากคนรอบตัวที่ทำให้ใจหนัก สมควรได้รับการดูแล “ทำงานมาตั้งหลายปี ทำไมยังไม่ได้เป็นหัวหน้าล่ะ?” “เมื่อไหร่จะมีหลานให้แม่อุ้มสักที เพื่อนแม่เขามีกันหมดแล้วนะ” ในช่วงเวลาที่เราต้องเผ

อ่านต่อ