ที่พักใจ
ห้องสมุดใจเครื่องมือตู้ยาประจำใจ
Future Worry & Overthinking

กังวลกับ quarter-life crisis หลังวันหยุดยาว ได้ แม้อนา | ที่พักใจ

กังวลกับ quarter-life crisis หลังวันหยุดยาว ได้ แม้อนาคตยังมาไม่ถึง “หยุดคิดได้แล้ว เรื่องมันยังไม่เกิดเลย” นี่คงเป็นประโยคยอดฮิตที่เรามักจะได้ยินเวลาไประบายความกังวลเรื่องอนาคตให้ใครสักคนฟัง หรือแม้

1 min read
กังวลกับ quarter-life crisis หลังวันหยุดยาว ได้ แม้อนา | ที่พักใจ

กังวลกับ quarter-life crisis หลังวันหยุดยาว ได้ แม้อนาคตยังมาไม่ถึง

“หยุดคิดได้แล้ว เรื่องมันยังไม่เกิดเลย”

นี่คงเป็นประโยคยอดฮิตที่เรามักจะได้ยินเวลาไประบายความกังวลเรื่องอนาคตให้ใครสักคนฟัง หรือแม้แต่เป็นคำที่เราใช้ดุตัวเองเวลาที่คิดมากจนนอนไม่หลับ ยิ่งพอหมดช่วงวันหยุดยาว กลับมาเจอกับตารางชีวิตเดิมๆ อาการ คิดมากเรื่องอนาคต quarter-life crisis หลังวันหยุดยาว ก็ยิ่งกำเริบหนักขึ้น จนเราเริ่มรู้สึกผิดที่ตัวเองเอาแต่คิดมากกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

เราอยากจะบอกเธอว่า การกังวลเรื่องอนาคตไม่ใช่ความผิด และเธอไม่จำเป็นต้องดุตัวเองเพื่อให้หยุดคิดเลยนะ

ทำไมเราถึงหยุดกังวลไม่ได้?

มนุษย์เราถูกออกแบบมาให้มีกลไกป้องกันตัว การจินตนาการถึงเหตุการณ์เลวร้ายในอนาคต (ที่มักจะเว่อร์เกินจริงไปบ้าง) คือวิธีที่สมองพยายามเตรียมตัวเราให้พร้อมรับมือกับอันตราย มันไม่ใช่เพราะเราเป็นคนคิดลบ หรือเป็นคนอ่อนแอ แต่มันคือการที่ระบบเอาตัวรอดของเรากำลังทำงานหนักเกินไปหน่อย

ในช่วง Quarter-life crisis ที่เต็มไปด้วยทางแยกและการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือเรื่องความสัมพันธ์ ความไม่แน่นอนเหล่านี้คือสารอาหารชั้นดีที่หล่อเลี้ยงความกังวล การที่เรา คิดมากเรื่องอนาคต quarter-life crisis หลังวันหยุดยาว จึงเป็นเรื่องธรรมชาติมากๆ ของคนที่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง

อนุญาตให้ตัวเองกังวล อย่างใจดี

แทนที่จะพยายามกดทับความรู้สึก หรือด่าตัวเองว่า “เลิกคิดมากสักที” ลองเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายโอบกอดความกังวลนั้นดูไหม?

ลองคุยกับตัวเองเหมือนกำลังคุยกับเด็กน้อยที่กำลังกลัว “อืม เรารู้นะว่าเธอกังวลเรื่องงานใหม่ มันน่ากลัวจริงๆ แหละที่ต้องไปเจอคนใหม่ๆ” การยอมรับและให้พื้นที่กับความรู้สึก (Validation) จะช่วยให้ก้อนความกังวลที่ฟูฟ่องอยู่ในหัว ค่อยๆ ยุบตัวลงและเบาบางลงได้

3 วิธีอยู่ร่วมกับความกังวลอย่างสันติ

ในวันที่อนาคตดูน่ากลัว ลองดึงตัวเองกลับมาด้วยวิธีเหล่านี้ดูนะ:

  • จำกัด 'เวลาแห่งความกังวล': ลองตั้งเวลาให้ตัวเองสัก 15 นาทีในแต่ละวัน (ที่ไม่ใช่ก่อนนอน) เพื่ออนุญาตให้ตัวเองกังวลได้อย่างเต็มที่ จะจด จะระบาย หรือจะร้องไห้ก็ได้ แต่พอหมดเวลา ต้องบอกตัวเองว่า “พอแค่นี้นะ พรุ่งนี้ค่อยกังวลใหม่”
  • แยก 'สิ่งที่คุมได้' ออกจาก 'สิ่งที่คุมไม่ได้': เขียนเรื่องที่กังวลออกมา แล้วขีดฆ่าเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ทิ้งไป เช่น เศรษฐกิจ หรือการตัดสินใจของหัวหน้า แล้วหันมาโฟกัสแค่สิ่งที่เราทำได้ในวันนี้
  • กลับมาเชื่อมต่อกับปัจจุบัน: เมื่อความคิดเริ่มลอยไปไกล ลองดึงตัวเองกลับมาด้วยการรับรู้ผ่านผัสสะทั้ง 5 สัมผัสถึงลมหายใจ กลิ่นหอมของกาแฟ หรือความนุ่มของเก้าอี้ที่นั่งอยู่

การ คิดมากเรื่องอนาคต quarter-life crisis หลังวันหยุดยาว ไม่ใช่ความบกพร่องที่ต้องรีบซ่อมแซม เธอมีสิทธิ์ที่จะกังวล มีสิทธิ์ที่จะกลัว และในขณะเดียวกัน เธอก็มีสิทธิ์ที่จะใจดีกับตัวเองในวันที่ใจสั่นไหวได้เหมือนกันนะ

ถ้าความกังวลมันยังวนเวียนอยู่ ลองมาสำรวจใจตัวเองผ่านแบบทดสอบสั้นๆ เผื่อจะช่วยให้เห็นความต้องการของใจตัวเองชัดเจนขึ้นนะ

จัดระเบียบความรู้สึก

ใช้ไพ่เป็นจุดตั้งต้นของการฟังใจ

เมื่อสิ่งข้างในยังเรียบเรียงไม่ชัด ลองใช้ไพ่เพื่อรับข้อความสะท้อนใจอย่างอ่อนโยน

เปิดไพ่สะท้อนใจ

คำถามที่มักถูกถาม

อาการใจสั่นจากความกังวลรักษาได้ไหม?
ได้นะ อาการใจสั่นจากความวิตกกังวลเกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติที่ตื่นตัวมากเกินไป ไม่ใช่ความผิดปกติถาวร เทคนิคที่ช่วยได้ทันทีคือการหายใจแบบ 4-7-8 (สูดเข้า 4 วินาที กลั้น 7 วินาที ผ่อนออก 8 วินาที) ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติกและชะลออัตราการเต้นของหัวใจได้
คิดมากตลอดเวลา ควรทำอย่างไร?
ความคิดมากมักเกิดเพราะสมองพยายามจัดการกับความไม่แน่นอน ลองเทคนิค 'Grounding 5-4-3-2-1' ดูนะ — หาสิ่งที่เห็น 5 อย่าง สัมผัสได้ 4 อย่าง ได้ยิน 3 อย่าง ได้กลิ่น 2 อย่าง รสชาติ 1 อย่าง เทคนิคนี้ช่วยดึงสมองกลับมาอยู่กับปัจจุบันแทนที่จะวนซ้ำในอนาคต
ทำไมถึงวิตกกังวลทั้งๆ ที่ไม่มีเหตุผล?
เพราะสมองส่วน Amygdala (ศูนย์ตรวจจับภัย) ทำงานก่อนสมองส่วนคิด — มันไม่รู้จักความแตกต่างระหว่าง 'ภัยจริง' กับ 'ความกังวลสมมติ' ความรู้สึกนั้นจึงเป็นจริงมากๆ แม้จะไม่มีอันตรายจริงก็ตาม การรู้แบบนี้ไม่ได้ทำให้มันหายทันที แต่ช่วยให้เราไม่ต้องกลัวความรู้สึกของตัวเองด้วย
ที่พักใจ - ผู้เขียนที่พักใจ

ที่พักใจ

ผู้เขียนContent Creator

เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ

50+ บทความดูแลสุขภาพจิตGen Z Advocate
ติดตามได้ที่:เว็บไซต์FacebookInstagram
ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พักใจ

บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

Share this article

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไม ความกลัวว่าจะเปลี่ยนงานแล้วพลาด ถึงทำให้สมองคิดวนไม่หยุด
Future Worry & Overthinking

ทำไม ความกลัวว่าจะเปลี่ยนงานแล้วพลาด ถึงทำให้สมองคิดวนไม่หยุด

ทำไม ความกลัวว่าจะเปลี่ยนงานแล้วพลาด ถึงทำให้สมองคิดวนไม่หยุด “ถ้าออกไปแล้ว ไม่ผ่านโปรจะทำยังไง?” “ถ้าเพื่อนร่วมงานที่ใหม่แย่กว่าเดิมล่ะ?” ประโยค “What if…” (จะเกิดอะไรขึ้นถ้า...) มักจะดังก้องอยู่ในห

อ่านต่อ
จัดระเบียบความคิดเมื่อ วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ทำให้ใจว้าวุ่น
Future Worry & Overthinking

จัดระเบียบความคิดเมื่อ วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ทำให้ใจว้าวุ่น

จัดระเบียบความคิดเมื่อ วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ทำให้ใจว้าวุ่น “ถ้าไม่โทรหาแม่วันนี้ เขาจะน้อยใจไหม?” “แต่ถ้าโทรไปแล้วต้องทะเลาะกันอีกล่ะ?” สำหรับคนที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีความสัมพันธ์แบบรถไฟ

อ่านต่อ
จัดระเบียบความคิดเมื่อ การถอยออกมาโดยไม่เกลียดใคร ทำให้ใจว้าวุ่น
Future Worry & Overthinking

จัดระเบียบความคิดเมื่อ การถอยออกมาโดยไม่เกลียดใคร ทำให้ใจว้าวุ่น

จัดระเบียบความคิดเมื่อ การถอยออกมาโดยไม่เกลียดใคร ทำให้ใจว้าวุ่น “เราไม่ได้โกรธเขาหรอก แต่เราแค่ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว” ในหลายๆ ความสัมพันธ์ ทั้งเรื่องเพื่อน เรื่องงาน หรือแม้แต่ครอบครัว จุดจบไม่ได้มาพ

อ่านต่อ