เหนื่อยกับ เป้าหมายที่ยังไม่เสร็จและไม่อยากโทษตัวเอง ก็เพราะเราแบกมานานแล้ว ช่วงปลายปีแบบนี้ มองไปทางไหนก็เจอแต่คนแชร์ความสำเร็จ (Year in Review) ที่ดูสวยหรู ใช่มั้ย? พอกลับมามองที่ตัวเอง... ทำไมเรายั

ช่วงปลายปีแบบนี้ มองไปทางไหนก็เจอแต่คนแชร์ความสำเร็จ (Year in Review) ที่ดูสวยหรู ใช่มั้ย?
พอกลับมามองที่ตัวเอง... ทำไมเรายังมีลิสต์เป้าหมายที่ยังไม่เสร็จยาวเหยียดเต็มไปหมดเลยล่ะ จู่ๆ ความรู้สึกผิดก็เริ่มทำงาน แล้วก็ตามมาด้วยการตำหนิตัวเองว่า "ทำไมเราถึงทำได้แค่นี้นะ?" "ปีนี้เราทำอะไรอยู่?"
หยุดตรงนั้นก่อนนะ... เราอยากบอกเธอว่า มันโอเคมากจริงๆ ที่จะยังทำไม่สำเร็จ และเธอก็ไม่อยากโทษตัวเองอีกต่อไปแล้ว เพราะความจริงที่ไม่มีใครเห็นคือ... ตลอดปีที่ผ่านมา เธอแบกอะไรมาเยอะมากจริงๆ นะ
สำหรับคนที่หัวใจเป็น 'เดอะแบก' (Silent Carrier) เป้าหมายที่ตั้งไว้มักจะไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเอง แต่มักจะมีเรื่องคนรอบตัว งานที่ต้องรับผิดชอบแทนคนอื่น หรือภาระทางใจที่ต้องคอยซัพพอร์ตใครต่อใครเต็มไปหมด
เมื่อเธอต้องใช้พลังงานไปกับการดูแลคนอื่นจนหมดแรง พลังที่จะเอามาใช้ทำเป้าหมายส่วนตัวมันก็เลยไม่เหลือ นี่ไม่ใช่ความผิดของเธอเลยนะ มันคือภาวะเครียดสะสมที่ร่างกายและจิตใจกำลังส่งสัญญาณบอกว่า "เราต้องการการพักผ่อน ไม่ใช่การกดดันเพิ่ม"
เราถูกสอนให้วัดคุณค่าของตัวเองผ่าน 'ผลลัพธ์' จนลืมมอง 'กระบวนการ' และ 'ความพยายาม' ที่เราใส่ลงไป
ลองนึกย้อนกลับไปดูสิว่า ในวันที่เธอรู้สึกเหนื่อยที่สุด เธอก็ยังลุกขึ้นมาทำหน้าที่ของตัวเองได้จนจบวัน นั่นคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่แล้วนะ เป้าหมายที่ยังทำไม่เสร็จในวันนี้ ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่มีวันสำเร็จ แต่มันแค่บอกเราว่า "ตอนนี้หัวใจเราต้องการที่พักพิงมากกว่าความสำเร็จ"
การที่เธอยอมรับว่าตัวเองเหนื่อย และหยุดโทษตัวเอง คือก้าวแรกของการเยียวยาหัวใจที่สำคัญที่สุดเลยล่ะ
ถ้าตอนนี้เธอกำลังรู้สึกหนักอึ้ง ลองทำสิ่งเหล่านี้ดูนะ:
จำไว้นะว่า คุณค่าของเธอไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าปีนี้เธอขีดถูกใน Checklist ได้กี่ข้อ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเธอมีความสุขและมีรอยยิ้มให้กับตัวเองบ้างมั้ย
เป้าหมายที่ยังไม่เสร็จ... ปล่อยมันทิ้งไว้ในปีนี้ก็ได้นะ ไม่ต้องแบกมันข้ามปีไปให้หนักเปล่าๆ สิ่งที่ควรแบกข้ามปีไปมีเพียงอย่างเดียว คือความรักและความภูมิใจที่เธอผ่านปีที่ยากลำบากนี้มาได้
คืนนี้ลองนอนกอดตัวเองแน่นๆ แล้วบอกว่า "ขอบคุณนะที่พยายามมาตลอดปี" แค่นั้นก็เพียงพอแล้วจริงๆ
เธอยอดเยี่ยมที่สุดแล้วล่ะ ค่อยๆ พักนะ
ถ้ายังรู้สึกหนักใจและไม่รู้จะวางภาระลงยังไง ลองเข้าไปทำความเข้าใจตัวเองเพิ่มเติมได้ในหมวด Silent Carrier เพื่อหาทางออกที่นุ่มนวลให้กับใจนะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
กำลังรู้สึกแบบนี้...
เคยไหม... ที่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแบกก้อนหินไว้เต็มกระเป๋าเป้ ทั้งๆ ที่มองไม่เห็นว่ามันคืออะไร แต่กลับรู้สึกปวดร้าวไปทั้งบ่าและแผ่นหลัง ไม่ว่าจะพยายามนอนพักเท่าไหร่ ความรู้สึกหนักอึ้งนี้ก็ไม่เคยหายไ