10 คำปฏิเสธเจ้านายและเพื่อนร่วมงานแบบสุภาพ เมื่อรับงานไม่ไหว เคยมั้ย... งานที่มีอยู่ก็กองจนล้นโต๊ะอยู่แล้ว แต่พอเจ้านายเดินมาสั่งงานเพิ่ม หรือเพื่อนร่วมงานเดินมาขอให้ช่วย เรากลับหลุดปากพูดไปว่า "ได้คร

เคยมั้ย... งานที่มีอยู่ก็กองจนล้นโต๊ะอยู่แล้ว แต่พอเจ้านายเดินมาสั่งงานเพิ่ม หรือเพื่อนร่วมงานเดินมาขอให้ช่วย เรากลับหลุดปากพูดไปว่า "ได้ครับ/ได้ค่ะ"
มารู้ตัวอีกทีก็ต้องมานั่งปั่นงานจนดึกดื่น เสียสุขภาพ เสียเวลาพักผ่อน แถมพองานออกมาไม่ดีก็ถูกตำหนิอีก
เราเข้าใจเลยนะว่าการอยู่ในฐานะ "เดอะแบก" มันเหนื่อยแค่ไหน ความกลัวที่จะดูเป็นคนไม่เก่ง หรือกลัวเพื่อนร่วมงานจะไม่รัก มันค้ำคอเราอยู่ตลอดเวลา
เรามักจะเข้าใจผิดว่า การรับงานทุกอย่างคือการแสดงสปิริต แต่ในความเป็นจริง การรับงานมากเกินไปจนคุณภาพงานตก หรือตัวเองหมดไฟ (Burnout) นั่นแหละคือความไม่รับผิดชอบที่แท้จริง
การบอกว่า "เราทำไม่ไหว" คือการซื่อสัตย์ต่อตัวเองและองค์กร เพื่อให้งานถูกส่งต่อให้คนที่มีเวลาและทำได้ดีกว่า
ลองเซฟประโยคเหล่านี้ไปปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ดูนะ มันจะช่วยให้เธอปฏิเสธได้แบบมืออาชีพสุดๆ
การเริ่มพูดคำปฏิเสธในที่ทำงานครั้งแรกๆ มันจะใจเต้นแรงหน่อยนะ... แต่พอทำได้แล้ว เธอจะค้นพบว่าท้องฟ้ามันโล่งขึ้นเยอะเลย
ไม่มีใครไล่เราออกเพียงเพราะเรามีขอบเขตในการทำงานที่ชัดเจนหรอกนะ เคารพเวลาและพลังงานของตัวเองให้มากๆ นะ ถ้าอยากรู้วิธีตั้งขอบเขตใจเพิ่มเติม แวะไปอ่าน ศิลปะแห่งการปฏิเสธ ได้เลยนะ เราเขียนคู่มือฉบับเต็มไว้ให้แล้ว
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

Q4 งานทะลักแต่ไม่กล้าปฏิเสธ? ลอง 5 วิธีตั้งขอบเขต ที่ช่วยให้ปฏิเสธได้โดยไม่รู้สึกผิด

อยากมีขอบเขตกับ ความกลัวว่าจะเปลี่ยนงานแล้วพลาด ไม่ได้แปลว่าเราใจร้าย “เมื่อไหร่จะตัดสินใจสักที ถามใครต่อใครเยอะแยะ สุดท้ายก็ไม่กล้าออก” สำหรับคนที่กำลังสับสนเรื่องการย้ายงาน ความกลัวต่ออนาคต (Fear of

ประโยคตั้งขอบเขตเมื่อ การเป็นคนดีจนไม่มีที่ให้ตัวเอง ทำให้เราลำบากใจ “รู้นะว่าควรปฏิเสธ แต่ไม่รู้จะพูดยังไงให้เขาไม่เกลียดเรา” ความยากที่สุดของการหลุดพ้นจากวงจร “People Pleaser” ไม่ใช่การไม่รู้ว่าตัวเ