ช่วงเวลาท้ายปีแบบนี้ นอกจากความตื่นเต้นของเทศกาลแล้ว หลายคนอาจจะแอบแบกความรู้สึกหนักๆ ไว้ในใจโดยไม่ได้บอกใคร ความรู้สึกที่ว่า วิธีฮีลใจตัวเอง ความเศร้าที่ปีนี้ไม่เป็นอย่างหวัง มันยังวนเวียนอยู่ข้างในเ

ช่วงเวลาท้ายปีแบบนี้ นอกจากความตื่นเต้นของเทศกาลแล้ว หลายคนอาจจะแอบแบกความรู้สึกหนักๆ ไว้ในใจโดยไม่ได้บอกใคร ความรู้สึกที่ว่า วิธีฮีลใจตัวเอง ความเศร้าที่ปีนี้ไม่เป็นอย่างหวัง มันยังวนเวียนอยู่ข้างในเหมือนหมอกควันที่ไม่ยอมจางหายไปเสียที
เราเข้าใจนะว่าความเสียใจที่เป้าหมายบางอย่างไม่สำเร็จ หรือความรู้สึกว่าเรายังไม่ดีพอเมื่อเทียบกับสิ่งที่ตั้งใจไว้ มันเจ็บปวดและทำให้หมดแรงได้แค่ไหน วันนี้ไม่ต้องทำอะไรที่มันยากหรือยิ่งใหญ่หรอกนะ ลองใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีเพื่อดูแลความรู้สึกตัวเองแบบสั้นๆ ดูก็พอ
ความเศร้าไม่ใช่ศัตรูของเรานะ แต่มันคือสัญญาณที่บอกว่ามีบางอย่างที่สำคัญต่อเรามากๆ แต่เรากลับไม่ได้มันมา การที่เธอยังรู้สึกเศร้าอยู่ แปลว่าเธอมีความตั้งใจและมีความพยายามที่ยิ่งใหญ่มากตลอดทั้งปีที่ผ่านมา
การพยายามจะรีบ 'มูฟออน' หรือกดทับความเศร้าไว้ มักจะทำให้เรายิ่งเหนื่อยล้าสะสม การมองหาวิธีฮีลใจแบบง่ายๆ ที่ทำได้ทันที จึงเป็นเหมือนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับใจที่ถลอกปอกเปิกมาทั้งปี
ถ้าตอนนี้ใจเธอยังหนักอึ้ง ลองเลือกทำสักข้อดูนะ
ลองหลับตาลงสักครู่ วางมือข้างหนึ่งไว้ที่หน้าอก สัมผัสถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ แล้วบอกตัวเองเบาๆ ว่า "ตอนนี้เรากำลังรู้สึกเศร้า และมันโอเคที่จะเศร้านะ" การสัมผัสทางกายและการยอมรับความจริงจะช่วยลดระดับความเครียดในสมองลงได้ทันที
หยิบกระดาษมาสักแผ่น หรือเปิดโน้ตในมือถือ แล้วเขียนทุกอย่างที่รู้สึกออกมาโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาหรือความสวยงามนะ เขียนจนกว่าจะรู้สึกว่าใจมันเบาลง แล้วจะฉีกกระดาษใบนั้นทิ้งหรือลบโน้ตทิ้งก็ได้ ถือเป็นการระบายพลังงานลบออกไปจากตัว
บางครั้งใจที่ติดหล่มต้องการการกระตุ้นจากประสาทสัมผัสอื่นนะ ลองจุดเทียนหอมกลิ่นที่ชอบ หรือเปิดเพลงบรรเลงเบาๆ ที่ทำให้รู้สึกสงบ การเปลี่ยนสภาวะรอบตัวจะช่วยให้สมองหลุดออกจากวงจรความเศร้าเดิมๆ ได้ชั่วคราว
การดูแลร่างกายขั้นพื้นฐานคือการส่งสัญญาณให้สมองรู้ว่าเรากำลังดูแลตัวเองอยู่นะ น้ำอุ่นๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย หรือการล้างหน้าจะช่วยให้เรารู้สึกถึงการเริ่มต้นใหม่เล็กๆ ในทุกครั้งที่เช็ดหน้าให้แห้ง
ไม่ว่าปีนี้ผลลัพธ์จะเป็นยังไง การที่เธอหันกลับมาดูแลใจตัวเองในวันที่มันบอบช้ำ นั่นคือความกล้าหาญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วนะ ไม่ต้องรอให้ใครมาฮีลใจให้หรอก เธอคนนี้แหละคือคนที่จะโอบกอดตัวเองได้ดีที่สุด
ค่อยๆ ทำไปนะ ทีละนิดก็ยังดี
จำไว้ว่า หัวใจที่ได้รับการดูแลอย่างดี จะกลับมามีพลังได้อีกครั้งเสมอ
หากต้องการคำยืนยันหรือข้อความดีๆ เพื่อเติมพลังให้ใจในวันที่อ่อนล้า ลองแวะไปที่หน้า Affirmation ดูนะ ให้คำพูดที่อ่อนโยนช่วยค่อยๆ สมานแผลใจและเตือนให้เธอรู้ว่าเธอนั้นมีคุณค่ามากแค่ไหน
อ่านบทความเกี่ยวกับการดูแลใจตัวเองเพิ่มเติมได้ที่ กอดตัวเองให้เป็น: ศิลปะแห่งการให้กำลังใจตัวเอง
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

ใจที่เหนื่อยจาก คำถามจากคนรอบตัวที่ทำให้ใจหนัก สมควรได้รับการดูแล “ทำงานมาตั้งหลายปี ทำไมยังไม่ได้เป็นหัวหน้าล่ะ?” “เมื่อไหร่จะมีหลานให้แม่อุ้มสักที เพื่อนแม่เขามีกันหมดแล้วนะ” ในช่วงเวลาที่เราต้องเผ

วิธีฮีลใจแบบสั้นๆ เมื่อ ความรู้สึกผิดเวลาได้พัก ยังติดอยู่ข้างใน “จะนอนก็นอนไม่หลับ จะให้ลุกไปทำงานก็ทำไม่ไหว” ภาวะสุญญากาศที่ร่างกายอ่อนล้าจนทำอะไรไม่ไหว แต่จิตใจก็เต็มไปด้วยความกระวนกระวายและรู้สึกผ

เราอาจดูแลตัวเองได้แม้ วันหยุดที่ยังรู้สึกไม่หายเหนื่อย ยังไม่หายไป “ขอเวลาหยุดเพิ่มอีกสักวันได้ไหม... แค่สองวันมันไม่พอจริงๆ” เย็นวันอาทิตย์มักจะเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายเสมอสำหรับคนวัยทำงาน ยิ่งเวลาที่