Work & Burnout

กับดักเป้าหมายปีใหม่: ทำไมเราถึงล้มเหลว และวิธีเริ่มต้นใหม่แบบใจดี | ที่พักใจ

เข้าสู่สัปดาห์ที่สองของปี... ความตื่นเต้นเริ่มจางหาย และหลายคนกำลังจ้องมองลิสต์เป้าหมายด้วยความรู้สึกผิด มาทำความเข้าใจว่าทำไมเราถึงล้มเหลว และค้นพบวิธีเริ่มต้นใหม่ที่ใจดีกว่าเดิม

2 min read
กับดักเป้าหมายปีใหม่: ทำไมเราถึงล้มเหลว และวิธีเริ่มต้นใหม่แบบใจดี | ที่พักใจ

เมื่อความตื่นเต้นของวันที่ 1 มกราคม เริ่มจางหายไป

เข้าสู่สัปดาห์ที่สองของปีใหม่แล้ว...

ความตื่นเต้นของคืนส่งท้ายปีเก่าเริ่มจางหาย ความหวังที่เคยเต็มเปี่ยมในวันแรกของเดือนมกราคมค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวัน และหลายคนกำลังจ้องมองลิสต์เป้าหมายที่ตั้งไว้... ด้วยความรู้สึกผิด

"ทำไมฉันถึงทำไม่ได้"
"ทำไมฉันถึงไม่มีวินัยเหมือนคนอื่น"
"ปีนี้ก็เหมือนทุกปี... ล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่พ้นเดือนแรก"

ถ้าเสียงในหัวของแต่ละคนกำลังพูดแบบนี้อยู่ อยากให้รู้ว่า... นี่ไม่ใช่ความผิดของใครเลย


ทำไม New Year Resolutions ส่วนใหญ่ถึงพังทลาย

มีงานวิจัยที่น่าสนใจบอกว่า ประมาณ 80% ของคนที่ตั้งเป้าหมายปีใหม่จะล้มเลิกไปภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์ และมีเพียง 8% เท่านั้นที่ทำสำเร็จตลอดทั้งปี

ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่า "คนเราขี้เกียจ" หรือ "ไม่มีวินัย" แต่มันกำลังบอกว่า วิธีที่เราตั้งเป้าหมายอาจมีปัญหาตั้งแต่ต้น

กับดักที่ 1: เป้าหมายที่ใหญ่เกินไป ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ "ความเกลียดตัวเอง"

ลองสังเกตดูว่า เป้าหมายส่วนใหญ่ที่เราตั้งไว้มักจะเริ่มต้นด้วยความรู้สึกว่าตัวเอง "ไม่ดีพอ" ในตอนนี้

  • "ปีนี้ต้องลดน้ำหนักให้ได้ 10 กิโล" (เพราะตอนนี้ฉันอ้วนเกินไป)
  • "ปีนี้ต้องออมเงินได้ 100,000 บาท" (เพราะตอนนี้ฉันใช้เงินเปลืองเกินไป)
  • "ปีนี้ต้องตื่นเช้าทุกวัน" (เพราะตอนนี้ฉันขี้เกียจเกินไป)

เป้าหมายเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความรักตัวเอง แต่เกิดจาก ความต้องการ "แก้ไข" ตัวเองที่รู้สึกว่าพังๆ

และนั่นคือปัญหา

เพราะเมื่อเราตั้งเป้าหมายจากจุดยืนของ "ฉันไม่ดีพอ" สมองจะเข้าสู่โหมดป้องกันตัว มันจะรู้สึกว่านี่คือภัยคุกคาม ไม่ใช่สิ่งที่น่าตื่นเต้น และในที่สุด... มันจะหาทางหนี

กับดักที่ 2: ความคิดแบบ "All or Nothing"

อีกหนึ่งกับดักที่พบบ่อยคือความคิดแบบ "ต้องทำให้ได้ทั้งหมด หรือไม่ก็ไม่ทำเลย"

  • พลาดไปยิมวันเดียว → "ล้มเหลวแล้ว ไม่ไปเลยก็ได้"
  • กินขนมหนึ่งชิ้น → "พังไปแล้ว เลิกไดเอทเลย"
  • ตื่นสายวันเดียว → "ไม่มีวินัยอยู่แล้ว แผนนี้ใช้ไม่ได้กับฉัน"

ความคิดแบบนี้ทำให้เราไม่ยอมให้อภัยตัวเอง และทำให้ความผิดพลาดเล็กๆ กลายเป็นข้อแก้ตัวในการยอมแพ้

กับดักที่ 3: ลืมไปว่าชีวิตมันไม่ได้เริ่มต้นใหม่ในวันที่ 1 มกราคม

ความจริงที่แสนโหดร้ายคือ... ชีวิตไม่ได้หยุดพักเพื่อให้เราเริ่มต้นใหม่

วันที่ 1 มกราคม เราอาจจะตื่นมาพร้อมกับความตั้งใจเต็มเปี่ยม แต่ภารกิจเดิมๆ ความเหนื่อยล้าเดิมๆ และปัญหาเดิมๆ ก็ยังคงอยู่ที่เดิม

การคาดหวังให้ตัวเองเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงในขณะที่สภาพแวดล้อมยังเหมือนเดิม... มันไม่ยุติธรรมกับตัวเองเลย


เปลี่ยนมุมมอง: ความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ

ถ้าตอนนี้กำลังรู้สึกว่าตัวเอง "ล้มเหลว" กับเป้าหมายที่ตั้งไว้ อยากให้ลองมองใหม่

ความล้มเหลวไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีความสามารถ แต่มันอาจหมายความว่า:

  • แผนที่ตั้งไว้มันไม่เหมาะกับจังหวะชีวิตของเราตอนนี้
  • เป้าหมายมันใหญ่เกินไป และต้องการแบ่งเป็นขั้นเล็กๆ
  • ร่างกายและใจกำลังบอกว่า "ตอนนี้ฉันต้องการพักก่อน"

การฟังสัญญาณเหล่านี้ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือ ความฉลาดทางอารมณ์


วิธีตั้งเป้าหมายแบบใจดีต่อตัวเอง

1. เริ่มจาก "ฉันอยากเป็นคนแบบไหน" ไม่ใช่ "ฉันต้องแก้อะไร"

แทนที่จะตั้งเป้าหมายจากจุดยืนของการแก้ไขข้อบกพร่อง ลองถามตัวเองว่า "ฉันอยากใช้ชีวิตแบบไหน"

  • แทนที่จะพูดว่า "ต้องลดน้ำหนัก" → "ฉันอยากเป็นคนที่รู้สึกแข็งแรงและมีพลัง"
  • แทนที่จะพูดว่า "ต้องออมเงิน" → "ฉันอยากเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเงิน"
  • แทนที่จะพูดว่า "ต้องตื่นเช้า" → "ฉันอยากเป็นคนที่มีเวลาให้ตัวเองในตอนเช้า"

2. สร้าง Micro-habits แทนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

แทนที่จะวิ่ง 5 กิโลทุกวัน ลองเริ่มจาก "ใส่รองเท้าวิ่งทุกเช้า" ก่อน

Micro-habits คือนิสัยเล็กๆ ที่ง่ายมากจนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว และเมื่อทำซ้ำไปเรื่อยๆ มันจะสร้าง momentum ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

3. ให้ "วันพัก" กับตัวเอง

แผนที่ดีที่สุดคือแผนที่มี พื้นที่ให้ความผิดพลาด

ถ้าเป้าหมายคือออกกำลังกาย 5 วันต่อสัปดาห์ ให้คิดไว้ในใจว่า "3 วันก็โอเค" ถ้าเป้าหมายคืออ่านหนังสือทุกวัน ให้ยอมรับว่า "บางวันอาจอ่านแค่หน้าเดียว และนั่นก็นับว่าสำเร็จ"

4. ฉลองความพยายาม ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์

เราถูกสอนมาให้ฉลองเมื่อ "ถึงเป้า" แต่ลืมไปว่า การพยายามทุกวันก็คือความสำเร็จแล้ว

ลองฉลองตัวเองทุกครั้งที่ "พยายาม" แม้ว่าผลลัพธ์จะยังไม่เป็นไปตามที่หวังก็ตาม


ถ้าวันนี้ทำตามแผนไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร

การทำตามแผนไม่ได้ในบางวัน ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างพังทลาย

มันแค่หมายความว่าวันนี้เป็นวันที่ยากลำบาก และเราก็แค่คน

พรุ่งนี้ก็เริ่มใหม่ได้ วันที่ 15 มกราคมก็เริ่มใหม่ได้ เดือนมีนาคมก็เริ่มใหม่ได้

ไม่มีกฎเกณฑ์ว่าต้องเริ่มต้นเมื่อไหร่ และไม่มีใครมีสิทธิ์ตัดสินว่าเธอ "ล้มเหลว"


บทสรุป: เป้าหมายที่ดีที่สุด คือเป้าหมายที่ไม่ทำลายความสุขในปัจจุบัน

ที่ ที่พักใจ เราเชื่อว่า เป้าหมายที่ดีที่สุด คือเป้าหมายที่ไม่ได้บีบบังคับให้เราเลิกมีความสุขในวันนี้ เพื่อหวังว่าจะมีความสุขในวันพรุ่งนี้

การไปถึงเป้าหมายอย่างสะบักสะบอม หมดแรง และเกลียดตัวเอง... อาจไม่คุ้มค่าเท่ากับการค่อยๆ เดินไปอย่างเบาสบาย แม้จะช้าลงบ้างก็ตาม

วางเป้าหมายที่หนักอึ้งลง แล้วลองหยิบขึ้นมาใหม่ในขนาดที่พอดีกับหัวใจ

เพราะ แต่ละคนไม่จำเป็นต้องเป็นเวอร์ชันที่ "ดีกว่า" ในทุกๆ วัน แค่เป็นเวอร์ชันที่ใจดีกับตัวเองในวันนี้ก็พอ 🌿


"ล้มได้ ไม่ต้องรีบลุก"

— ที่พักใจ

Share this article

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

จดหมายถึงตัวเองในปีนี้: ขอบคุณนะที่พังทลาย... เพื่อให้เราได้ประกอบร่างใหม่ที่งดงามกว่าเดิม

จดหมายถึงตัวเองในปีนี้: ขอบคุณนะที่พังทลาย... เพื่อให้เราได้ประกอบร่างใหม่ที่งดงามกว่าเดิม

โลกหมุนเร็วและคาดหวังความสมบูรณ์แบบจนเราอาจมองว่ารอยร้าวคือความพ่ายแพ้ บทความนี้ชวนเราเขียนจดหมายขอบคุณตัวเองที่กล้าพังทลายเพื่อประกอบร่างใหม่ที่งดงามกว่าเดิมด้วยปรัชญา Kintsugi

อ่านต่อ
The 1-Minute Win: ฉลองชัยชนะเล็กๆ ในแต่ละวัน | ที่พักใจ

The 1-Minute Win: ฉลองชัยชนะเล็กๆ ในแต่ละวัน | ที่พักใจ

ในโลกที่ตะโกนใส่เราว่าต้อง 'สำเร็จครั้งใหญ่' ถึงจะมีสิทธิ์ภูมิใจ หลายคนจึงเผลอทำตัวใจร้ายกับตัวเองด้วยการมองข้ามความพยายามในแต่ละวันไป บทความนี้จะชวนมาทำความรู้จักกับศิลปะของ 'The 1-Minute Win' หรือการหยุดเพื่อชื่นชมความสำเร็จเล็กจิ๋วที่ใช้เวลาเพียงเสี้ยวนาที

อ่านต่อ
ปีใหม่ไม่ต้องคนใหม่ แค่ใจดีกับตัวเองกว่าเดิมก็พอ | Thipakjai

ปีใหม่ไม่ต้องคนใหม่ แค่ใจดีกับตัวเองกว่าเดิมก็พอ | Thipakjai

เมื่อปฏิทินเปลี่ยนหน้า โลกทั้งใบดูเหมือนจะตะโกนใส่เราว่า "ต้องเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม" แต่ที่ที่พักใจ เราอยากบอกทุกคนว่า... เราไม่จำเป็นต้องรีบโยน "คนเดิม" ทิ้งไปเพื่อแลกกับเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบ

อ่านต่อ