ทำไม ความกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ ถึงทำให้ใจหมดไฟง่ายขึ้น “ถ้าทำออกมาแล้วไม่ดีล่ะ?” “ถ้าหัวหน้าไม่ชอบจะทำยังไง?” “ถ้าพลาดขึ้นมา คนอื่นจะมองเรายังไงนะ?” ประโยคเหล่านี้มักจะวิ่งวนอยู่ในหัวทุกครั้งที่เราได้

“ถ้าทำออกมาแล้วไม่ดีล่ะ?” “ถ้าหัวหน้าไม่ชอบจะทำยังไง?” “ถ้าพลาดขึ้นมา คนอื่นจะมองเรายังไงนะ?”
ประโยคเหล่านี้มักจะวิ่งวนอยู่ในหัวทุกครั้งที่เราได้รับมอบหมายงานใหม่ หรือกำลังจะเริ่มต้นโปรเจกต์สำคัญ หลายคนอาจจะคิดว่าความรู้สึกนี้คือ “ความรอบคอบ” หรือ “ความรับผิดชอบ” แต่ถ้ามันดังเกินไปจนทำให้เราไม่อยากลงมือทำอะไรเลย หรือทำไปก็เกร็งไปหมด อาการนี้อาจไม่ใช่แค่ความรอบคอบ แต่มันคือ หมดไฟ ความกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ ที่กำลังสูบพลังงานชีวิตเราไปอย่างเงียบๆ
เวลาที่เราตั้งมาตรฐานไว้สูงปรี๊ด หรือที่เรียกว่า Perfectionism เรามักจะเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกติดกับ “ผลลัพธ์” ของงาน เมื่อผลงานออกมาดี เราถึงจะรู้สึกว่าตัวเองมีค่า แต่ถ้ามีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว เราจะตีความทันทีว่า “เรามันไม่เก่ง”
ยิ่งเรากลัวพลาด สมองเราก็ยิ่งสั่งการให้ร่างกายเข้าสู่โหมดเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคาม (Fight or Flight) กล้ามเนื้อจะตึงเครียด หัวใจจะเต้นเร็ว และเราจะใช้พลังงานมหาศาลไปกับการ “กังวล” มากกว่าการ “ลงมือทำ” พอสะสมไปนานๆ เข้า แบตเตอรี่ในตัวก็หมดเกลี้ยง กลายเป็นภาวะ Burnout ที่เราไม่อยากแม้แต่จะเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาทำงาน
ถ้า หมดไฟ ความกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ เริ่มทำให้ชีวิตการทำงานหมดสนุก ลองปรับมุมมองด้วยวิธีเหล่านี้นะ:
เวลาที่งานออกมาไม่ดี ให้บอกตัวเองว่า “งานชิ้นนี้ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง” ไม่ใช่บอกว่า “ฉันมันคนไม่ได้เรื่อง” การแยกผลงานออกจากตัวตน จะช่วยให้เรากล้าเผชิญหน้ากับคำวิจารณ์ได้โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกทำลาย
ไม่ต้องพยายามทำให้ได้ 100% ทุกเรื่องหรอกนะ บางงานต้องการแค่ความรวดเร็วและความถูกต้องในระดับพื้นฐาน ลองตั้งเป้าว่างานชิ้นนี้ขอแค่ 70% ก็พอ แล้วเอาพลังงานที่เหลือไปทำอย่างอื่น หรือเอาไปพักผ่อนบ้าง
ทุกครั้งที่ทำพลาด ลองเปลี่ยนคำถามจาก “ทำไมเราถึงทำพัง?” เป็น “เราได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง?” ความผิดพลาดคือวัตถุดิบชั้นดีที่ทำให้เราเก่งขึ้นในครั้งต่อไป ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดหรอกนะ
ความกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือหลักฐานว่าเธอ “ใส่ใจ” กับสิ่งที่ทำมากๆ ต่างหาก แค่ลองลดระดับความใส่ใจที่ตึงเปรี๊ยะลงมานิดนึง แล้วเปลี่ยนเป็นความใจดีกับตัวเองให้มากขึ้นนะ
ถ้าความเหนื่อยล้าจากความกดดันเริ่มทำให้ใจสั่นไหว ลองแวะมาเช็กระดับพลังงานใจ เพื่อหาถ้อยคำปลอบโยนและวิธีชาร์จแบตที่เหมาะกับตัวเองในตอนนี้นะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
กำลังรู้สึกแบบนี้...
เครื่องมือดูแลใจที่อาจช่วยได้

เช็กแบตใจเมื่อ การเปรียบเทียบชีวิตกับเพื่อน เริ่มหนักเกินไป เคยรู้สึกแบบนี้ไหมคะ... วันนี้ก็เป็นวันที่เราทำงานเสร็จตามเป้า รู้สึกภูมิใจกับตัวเองอยู่ดีๆ แต่พอเปิดดูโซเชียล เห็นเพื่อนวัยเดียวกันโพสต์รูป