ทำไม เช้าวันจันทร์ที่ไม่อยากลุกไปทำงาน ถึงทำให้เลือกทางไหนก็ไม่มั่นใจ “ถ้าลาออกไปหาที่ใหม่ แล้วมันแย่กว่าเดิมล่ะ?” “แต่ถ้าทนอยู่ต่อ ชีวิตจะพังกว่านี้ไหม?” ในเช้าวันจันทร์ที่ฝนตก รถติด และร่างกายปฏิเสธ

“ถ้าลาออกไปหาที่ใหม่ แล้วมันแย่กว่าเดิมล่ะ?” “แต่ถ้าทนอยู่ต่อ ชีวิตจะพังกว่านี้ไหม?”
ในเช้าวันจันทร์ที่ฝนตก รถติด และร่างกายปฏิเสธการลุกจากเตียงอย่างสิ้นเชิง คำถามเหล่านี้มักจะวนเวียนอยู่ในหัวของเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราเกลียดงานที่ทำอยู่จนอยากจะหนีไปให้ไกล แต่พอคิดถึงการหางานใหม่ หรือการเปลี่ยนสายอาชีพ ขาของเรากลับก้าวไม่ออกเสียอย่างนั้น
ความเกลียดชังในงานปัจจุบัน กลับไม่ยอมเปลี่ยนเป็น “แรงผลักดัน” ให้เราเดินออกมา อาการ ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี เช้าวันจันทร์ที่ไม่อยากลุกไปทำงาน ทำให้เราติดอยู่ในสภาวะสุญญากาศ (Limbo) เราไม่กล้าเลือกทางไหนเลย เพราะเรารู้สึกว่า “ความสามารถของเรา” อาจจะไม่เพียงพอที่จะเอาตัวรอดในโลกภายนอกได้อีกต่อไป
ทำไมงานที่เราเกลียด ถึงทำให้เราไม่กล้าก้าวเดิน?
เหตุผลก็คือ เมื่อเราอยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นพิษ (Toxic Workplace) หรือเจอกับงานที่บั่นทอนจิตใจซ้ำๆ เป็นเวลานาน สมองจะเข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า Learned Helplessness หรือ “ความรู้สึกหมดหนทางที่เรียนรู้มา”
เราจะเริ่มเชื่อว่า ไม่ว่าเราจะพยายามแค่ไหน ผลลัพธ์ก็จะออกมาแย่เหมือนเดิม อาการ ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี เช้าวันจันทร์ที่ไม่อยากลุกไปทำงาน จึงไม่ใช่ความขี้ขลาด แต่มันคือผลพวงจากการถูก “ทุบตีทางความรู้สึก” จนเราสูญเสียเข็มทิศในการนำทางชีวิต เราไม่มั่นใจว่าตัวเองเก่งอะไร ชอบอะไร หรือแม้กระทั่งไม่แน่ใจว่า “เราคู่ควรกับสิ่งที่ดีกว่านี้ไหม?”
ถ้าความเหนื่อยล้ากำลังบดบังวิสัยทัศน์ของเธอ ลองค่อยๆ ดึงตัวเองกลับมาด้วยวิธีเหล่านี้นะ:
การตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในขณะที่จิตใจกำลังพังทลาย มักจะนำไปสู่ความหวาดกลัว อนุญาตให้ตัวเองยอมรับว่า “ตอนนี้เราป่วยจากการทำงานนะ” การยอมรับความอ่อนแอ คือจุดเริ่มต้นของการรักษา
เมื่อที่ทำงานทำให้รู้สึกไร้ค่า ลองดึงความมั่นใจกลับมาจากพื้นที่อื่นดู เช่น การปลูกต้นไม้รอด การทำอาหารกินเอง หรือการช่วยเหลือคนแปลกหน้า ความสำเร็จเล็กๆ เหล่านี้จะช่วยเตือนสมองว่า “เรายังมีความสามารถอยู่นะ”
แทนที่จะคิดเรื่องลาออก (ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่) ลองเริ่มจากการเลือกเล็กๆ เช่น เลือกที่จะไม่ตอบอีเมลหลังเลิกงาน หรือเลือกที่จะบอกปฏิเสธงานแทรก การฝึกกล้ามเนื้อการตัดสินใจในเรื่องเล็กๆ จะช่วยสร้างความมั่นใจสำหรับเรื่องใหญ่ๆ ได้
อย่าปล่อยให้ความพังทลายของที่ทำงานปัจจุบัน มาเป็นตัวตัดสินอนาคตทั้งหมดของเธอนะ
ถ้า ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี เช้าวันจันทร์ที่ไม่อยากลุกไปทำงาน ยังทำให้ใจสั่นไหว ลองมาเปิดไพ่สำรวจพลังงานในใจ ដើម្បីให้สัญลักษณ์ช่วยดึงคำตอบที่ซ่อนอยู่ และอนุญาตให้ตัวเองได้รับความมั่นใจในการก้าวเดินกลับคืนมานะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

ยังไม่ชัดกับ ความรู้สึกผิดเวลาตั้งขอบเขต ก็ไม่ได้แปลว่าเราหลงทาง “เราควรจะปฏิเสธไปเลย หรือควรจะหยวนๆ ช่วยเขาไปก่อนดีนะ?” เวลาที่เราเริ่มเรียนรู้วิธีรักตัวเองและตั้งขอบเขต (Boundaries) ให้กับชีวิต เราม

ทำไม การเป็นคนดีจนไม่มีที่ให้ตัวเอง ถึงทำให้เลือกทางไหนก็ไม่มั่นใจ “ถ้าเลือกทางนี้ พ่อแม่จะเสียใจไหมนะ?” “ถ้าย้ายสายงาน เพื่อนร่วมทีมจะลำบากหรือเปล่า?” ในทุกครั้งที่ยืนอยู่ตรงทางแยกของชีวิต และต้องตั

ถามใจตัวเองก่อนตัดสินใจเรื่อง สมองล้าจากงานและหน้าจอ “ย้ายสายงานไปเลยดีไหม?” “หรือควรกลับไปเรียนต่อดี?” เวลาที่เราตกอยู่ในสภาวะที่ ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี การหาทางออกด้วยการเสิร์ชหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต