ทำไม เสียงรอบข้างที่บอกว่าต้องสำเร็จ ถึงทำให้การตั้งขอบเขตยากขึ้น “งานแค่นี้เอง ช่วยหน่อยนะ” “ทำไมกลับเร็วจัง ไม่อยากก้าวหน้าหรอ?” ประโยคเหล่านี้มักจะทำให้เรากลืนไม่เข้าคายไม่ออกใจหนึ่งก็อยากจะปฏิเสธ

“งานแค่นี้เอง ช่วยหน่อยนะ” “ทำไมกลับเร็วจัง ไม่อยากก้าวหน้าหรอ?”
ประโยคเหล่านี้มักจะทำให้เรากลืนไม่เข้าคายไม่ออกใจหนึ่งก็อยากจะปฏิเสธเพราะงานล้นมือและเหนื่อยจนร่างจะพังอยู่แล้ว แต่อีกใจก็กลัวว่าถ้าปฏิเสธไป เราจะกลายเป็นคนดูไม่เอาถ่าน ในโลกที่เชิดชูคนทำงานหนัก การ ตั้งขอบเขต เสียงรอบข้างที่บอกว่าต้องสำเร็จ ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเหลือเกิน
ถ้าเธอกำลังรู้สึกลำบากใจทุกครั้งที่ต้องพูดคำว่า “ไม่” เราอยากชวนมาทำความเข้าใจว่าทำไมการตั้งขอบเขตถึงกลายเป็นเรื่องยาก และมันไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนหัวอ่อนเลยนะ
เราเติบโตมาในสังคมที่มักจะนำเอา “ความสำเร็จ” ไปผูกติดกับ “ความเสียสละ” คนที่ทำงานล่วงเวลา คนที่รับงานของทุกคนมาทำ มักจะถูกมองว่าเป็นคนเก่ง เป็นคนทุ่มเท ในขณะที่คนที่พยายามรักษาสมดุลชีวิต มักจะถูกตั้งคำถาม
เมื่อเราได้ยิน เสียงรอบข้างที่บอกว่าต้องสำเร็จ ซ้ำๆ สมองเราจะเริ่มสร้างสมการว่า การปฏิเสธ = การไม่รักความก้าวหน้า = การเป็นคนไม่เก่ง ความกลัวที่จะหลุดจากมาตรฐานความสำเร็จนี้แหละ ที่ทำให้เรายอมรับปากทำในสิ่งที่เกินกำลังตัวเอง ยอมให้คนอื่นล้ำเส้นเข้ามาในเวลาส่วนตัว เพียงเพื่อจะรักษาภาพลักษณ์ของ “คนเก่ง” เอาไว้
บ่อยครั้งที่เราเลือกจะทนเหนื่อยเพราะความรู้สึกผิด เรากลัวว่าจะทำให้เพื่อนร่วมงานผิดหวัง กลัวว่าเจ้านายจะไม่ปลื้ม แต่ความจริงที่น่าเจ็บปวดคือ เมื่อเราพยายามจะเป็นทุกอย่างให้ทุกคน เราจะเหลือพลังงานกลับมาดูแลตัวเองน้อยลงทุกที
การตั้งขอบเขต (Boundaries) ไม่ใช่การสร้างกำแพงเพื่อกีดกันคนอื่น แต่มันคือการขีดเส้นเพื่อให้รู้ว่า “จุดไหนคือจุดที่เรารับไหว” และ “จุดไหนคือจุดที่เราเริ่มจะแตกหัก” การรู้จักปฏิเสธในเวลาที่สมควร คือการรับผิดชอบต่อพลังงานของตัวเอง เพื่อให้เราสามารถรับผิดชอบงานที่สำคัญกว่าได้อย่างมีประสิทธิภาพต่างหาก
ถ้าการพูดคำว่า “ไม่” มันยากเกินไป ลองเริ่มจากการตั้งขอบเขตด้วยวิธีเหล่านี้ดูนะ:
เสียงรอบข้างอาจจะดัง แต่เสียงของร่างกายและจิตใจที่กำลังร้องขอการพักผ่อน ก็สำคัญไม่แพ้กันเลยนะ
ถ้า ตั้งขอบเขต เสียงรอบข้างที่บอกว่าต้องสำเร็จ เริ่มทำให้ใจสั่นไหวและไม่เป็นตัวเอง ลองแวะมาทำแบบทดสอบเพื่อกลับมาเชื่อมต่อและยืนยันคุณค่าในตัวเองกันอีกครั้งนะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
กำลังรู้สึกแบบนี้...
ปฏิเสธคนไม่เป็น: เมื่อการพูดว่าไม่รู้สึกผิดกว่าที่ควร มีคนขอความช่วยเหลือ รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีเวลา แต่ก็บอกว่าโอเคไปอย่างนั้น แล้วก็นั่งรับแบกคนเดียวด้วยความรู้สึกแย่ ถ้าเคยทำแบบนี้ ก็ไม่ได้แปลกนะ เพราะ