เราเลือกเส้นทางของตัวเองได้
มีเช้าวันหนึ่งที่เราตื่นขึ้นมาแล้วมองรอบๆ ตัว ทุกอย่างดูถูกต้อง ทุกอย่างดูเป็นไปตามแผนที่คนอื่นวาดไว้ แต่มีความว่างเป่าอะไรบางอย่างในอกที่บอกว่านี่ไม่ใช่เส้นทางของเรา เราเดินตามทางที่พ่อแม่ปู เป็นไปตามที่สังคมคาดหวัง จนลืมไปว่าตัวเองเคยอยากเดินไปทางไหน
ลองจินตนาการว่าชีวิตเป็นแม่น้ำสายใหญ่ คนส่วนใหญ่ลอยตัวตามกระแสน้ำเพราะง่ายดาย สบาย ไม่ต้องตัดสินใจ แต่บางคนเลือกว่ายทวนน้ำ ไม่ใช่เพราะดื้อดึง แต่เพราะเขาได้ยินเสียงของตัวเองเหนือเสียงของกระแส การเลือกเส้นทางของตัวเองไม่ได้แปลว่าเห็นแก่ตัว มันแปลว่าเราเต็มใจรับผิดชอบชีวิตที่เราเลือก แม้ทางนั้นจะไม่มีแผนที่ แม้มันจะเหงาและยากลำบากกว่า
วันนี้ลองหยุดฟังเสียงตัวเองสักครู่ ไม่ใช่เสียงที่คนอื่นหวัง แต่เสียงที่เงียบที่สุดในใจเรา
แม่น้ำไม่ได้ไหลผิดทาง แต่บางทีเราต้องกล้าจมดิ่งลงไปหาปลายทางของตัวเอง แทนที่จะปล่อยตัวลอยไปตามกระแสของคนอื่น