ที่พักใจ
ห้องสมุดใจเครื่องมือตู้ยาประจำใจ
Confidence & Imposter

Imposter Syndrome: ทำไมคนเก่งถึงยังรู้สึกว่าเป็นตัวปลอมและวิธีรับมือ

หลายคนก้าวไปสู่ความสำเร็จที่น่าภูมิใจ แต่ลึกๆ กลับมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวปลอม และกังวลว่าสักวันคนอื่นจะรู้ความลับนี้ มาทำความเข้าใจภาวะ Imposter Syndrome และวิธีใจดีกับตัวเองให้มากขึ้น

1 min read
Imposter Syndrome: ทำไมคนเก่งถึงยังรู้สึกว่าเป็นตัวปลอมและวิธีรับมือ

เก่งขนาดนี้... ทำไมยังรู้สึกว่าเป็นตัวปลอม? (Imposter Syndrome Check)

ในวันที่ได้รับคำชมจากการทำงาน วันที่ได้รับรางวัล หรือวันที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น แทนที่จะรู้สึกภูมิใจอย่างเต็มภาคภูมิ หลายคนกลับมีความรู้สึกประหลาดที่แทรกซึมเข้ามาอย่างเงียบๆ นั่นคือความรู้สึกกังวลว่า "เราไม่ได้เก่งจริงขนาดนั้น" หรือ "ความสำเร็จนี้มันเกิดจากโชคช่วยมากกว่าความสามารถ"

ความรู้สึกเหล่านี้มักตามมาด้วยความหวาดระแวงลึกๆ ว่า อีกไม่นานคนรอบข้างจะเริ่มรู้ความจริงว่าเราเป็นเพียง "ตัวปลอม" ที่ไม่ได้คู่ควรกับจุดที่ยืนอยู่เลย ภาวะทางจิตวิทยานี้เรียกว่า Imposter Syndrome หรือกลุ่มอาการที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนลวงโลก

ความสำเร็จที่มาพร้อมกับความกลัว

Imposter Syndrome ไม่ใช่ความอ่อนน้อมถ่อมตนตามปกติ แต่เป็นความเชื่อที่ฝังรากลึกว่าความสำเร็จที่ได้มานั้นไม่ใช่เพราะความสามารถของตนเอง แต่เป็นเพราะจังหวะเวลา โชคชะตา หรือการที่คนอื่นประเมินเราสูงเกินความจริง ภาวะนี้พบได้บ่อยมากในกลุ่มคนที่มีความสามารถสูงและตั้งมาตรฐานให้ตัวเองไว้สูงลิบ (High Achievers)

เมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มรู้สึกว่าทุกคำชมคือภาระ และทุกความก้าวหน้าคือความกดดันที่ต้องทำให้ดีขึ้นไปอีกเพื่อไม่ให้ใครจับได้ว่าเราไม่เก่งจริง เมื่อนั้นสุขภาพจิตจะเริ่มถูกกัดกร่อนด้วยความวิตกกังวล และอาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟ (Burnout) ได้ในที่สุด

ทำไมเราถึงมองเห็นตัวเองเป็นตัวปลอม

มีสาเหตุหลายประการที่หล่อหลอมให้เกิดความรู้สึกนี้:

ความสมบูรณ์แบบนิยม (Perfectionism): การตั้งเป้าหมายที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ เมื่อทำไม่ได้ตามนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงมองว่าตัวเองล้มเหลวและไร้ความสามารถ

การเปรียบเทียบชีวิตเบื้องหลังกับภาพไฮไลต์ของคนอื่น: เราเห็นทุกความเหนื่อยล้าและความผิดพลาดของตัวเอง แต่เราเห็นเพียงภาพความสำเร็จที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วของผู้อื่น ทำให้รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าเสมอ

สภาพแวดล้อมที่กดดันในอดีต: การเติบโตมาในครอบครัวหรือสังคมที่เน้นผลลัพธ์และความสำเร็จเป็นที่ตั้ง ทำให้เราผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับความเก่ง หากวันไหนไม่เก่งที่สุด จึงรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า

วิธีรับมือและก้าวข้ามความรู้สึกว่าเป็นตัวปลอม

การจะหลุดพ้นจากลูปความกังวลนี้ ต้องเริ่มจากการปรับจูนมุมมองที่มีต่อตัวเองใหม่:

  1. แยกแยะระหว่างความรู้สึกและข้อเท็จจริง
    ความรู้สึกว่า "ฉันไม่เก่ง" ไม่ได้แปลว่าข้อเท็จจริงคือ "ฉันไม่เก่ง" ลองกลับมามองหลักฐานเชิงประจักษ์ สิ่งที่ทำสำเร็จมาแล้ว ข้อมูลที่รวบรวมมา งานที่ส่งมอบได้ตามกำหนด สิ่งเหล่านี้คือความจริงที่จับต้องได้มากกว่าความกังวลในหัว

  2. ยอมรับว่าความผิดพลาดไม่ได้แปลว่าล้มเหลว
    คนเก่งไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องและทำถูกทุกครั้ง การตัดสินใจพลาดหรือการมีเรื่องที่ไม่รู้ ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นตัวปลอม แต่มันคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และการเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ

  3. พูดคุยและระบายความรู้สึกกับคนที่ไว้ใจ
    เมื่อได้ลองเปิดใจคุยกับเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนสนิท จะพบว่าหลายคนที่ดูมั่นใจและประสบความสำเร็จ ก็เคยผ่านความรู้สึกแบบเดียวกันนี้มาก่อน การได้รับรู้ว่าเราไม่ได้เป็นคนเดียวที่รู้สึกแบบนี้ จะช่วยลดความโดดเดี่ยวและความกดดันลงได้มาก

  4. เลิกใช้โชคชะตาเป็นข้ออ้างของความสำเร็จ
    โชคอาจมีส่วนช่วยในเรื่องจังหวะเวลา แต่การคว้าโอกาสนั้นไว้และพาตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ ต้องใช้ความพยายามและความมุ่งมั่นของตนเองทั้งสิ้น จงหัดตอบรับคำชมด้วยคำว่า "ขอบคุณ" แทนการปัดไปให้เหตุผลอื่น

การเป็นคนเก่งที่ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอนั้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันคือสัญญาณที่บอกว่าเราให้ความสำคัญกับสิ่งที่ทำมากเพียงใด แต่อย่าปล่อยให้ความกังวลนั้นมาบดบังความภูมิใจที่ควรได้รับ

อนุญาตให้ตัวเองได้เป็นคนธรรมดาที่ผิดพลาดได้ เรียนรู้ได้ และคู่ควรกับความสำเร็จที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเองจริงๆ เพราะความจริงก็คือ คุณคือของจริงในแบบฉบับของคุณเองเสมอ

ถ้าเรื่องนี้ตรงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

เปิดหัวข้อที่อธิบายความรู้สึกนี้ พร้อมวิธีเล็ก ๆ ที่ลองทำได้ทันที

อ่านหัวข้อ “Imposter Syndrome (คิดว่าตัวเองไม่เก่งจริง)”

จัดระเบียบความรู้สึก

ใช้ไพ่เป็นจุดตั้งต้นของการฟังใจ

เมื่อสิ่งข้างในยังเรียบเรียงไม่ชัด ลองใช้ไพ่เพื่อรับข้อความสะท้อนใจอย่างอ่อนโยน

เปิดไพ่สะท้อนใจ
ที่พักใจ - ผู้เขียนที่พักใจ

ที่พักใจ

ผู้เขียนContent Creator

เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ

50+ บทความดูแลสุขภาพจิตGen Z Advocate
ติดตามได้ที่:เว็บไซต์FacebookInstagram
ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พักใจ

บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

Share this article

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

รู้สึกไม่มั่นใจกับ ความรู้สึกผิดเวลาได้พัก ไม่ได้แปลว่าเราไม่มีความสามารถ
Confidence & Imposter

รู้สึกไม่มั่นใจกับ ความรู้สึกผิดเวลาได้พัก ไม่ได้แปลว่าเราไม่มีความสามารถ

รู้สึกไม่มั่นใจกับ ความรู้สึกผิดเวลาได้พัก ไม่ได้แปลว่าเราไม่มีความสามารถ “ถ้าเรามัวแต่นอนพัก คนอื่นจะรู้ไหมนะว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้เก่งเลย?” ในขณะที่ร่างกายนอนนิ่งอยู่บนเตียง แต่สมองกลับวิ่งวุ่นไปด้

อ่านต่อ
วิธีรับมือ imposter syndrome: เสียงบอกว่าไม่เก่งพอ
Confidence & Imposter

วิธีรับมือ imposter syndrome: เสียงบอกว่าไม่เก่งพอ

Imposter syndrome ไม่ได้เกิดจากการขาดความสามารถ กลับกันมักเกิดกับคนเก่ง เรียนรู้วิธีแยกความรู้สึกออกจากข้อเท็จจริง

อ่านต่อ
เก็บหลักฐานความพยายามเมื่อ ความกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ ทำให้สงสัยตัวเอง
Confidence & Imposter

เก็บหลักฐานความพยายามเมื่อ ความกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ ทำให้สงสัยตัวเอง

เก็บหลักฐานความพยายามเมื่อ ความกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ ทำให้สงสัยตัวเอง “เราเก่งพอที่จะอยู่ตรงนี้จริงๆ หรอ?” ในวันที่ต้องรับโปรเจกต์ใหม่ หรือวันที่เจ้านายเรียกไปชมเชย แทนที่ใจจะฟู หลายคนกลับรู้สึกตรงกั

อ่านต่อ