อยากลาออกเพราะงานกระทบความสัมพันธ์ ควรพาเราไปสู่ชีวิตที่ดูแลตัวเองมากขึ้น “งานยุ่งจนไม่มีเวลาให้กันเลยนะ ช่วงนี้ดูห่างเหินกันจัง” ประโยคตัดพ้อจากคนรัก ครอบครัว หรือเพื่อนสนิท มักจะทำหน้าที่เหมือนสปอตไ

“งานยุ่งจนไม่มีเวลาให้กันเลยนะ ช่วงนี้ดูห่างเหินกันจัง”
ประโยคตัดพ้อจากคนรัก ครอบครัว หรือเพื่อนสนิท มักจะทำหน้าที่เหมือนสปอตไลท์ที่ส่องให้เห็นความพังทลายของสมดุลชีวิต เมื่อเราทุ่มเทให้กับงานจนสุดตัว แต่กลับพบว่าคนที่เรารักกำลังค่อยๆ เดินจากไป ความรู้สึกผิดและความเศร้าจะถาโถมเข้ามาพร้อมๆ กัน
ในวินาทีนั้น อาการ ลาออกดีไหม อยากลาออกเพราะงานกระทบความสัมพันธ์ จะเป็นทางออกแรกที่เรานึกถึง เราอยากจะทิ้งทุกอย่างเพื่อกอบกู้ความรักกลับคืนมา เราคิดว่าถ้าเราลาออก เราจะมีเวลาให้เขามากขึ้น และทุกอย่างจะกลับมาดีเหมือนเดิม แต่เดี๋ยวก่อน... การตัดสินใจด้วยความรู้สึกผิด อาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนเสมอไปนะ
การลาออกเพื่อรักษาความสัมพันธ์เป็นเหตุผลที่น่ายกย่องนะ แต่มันมีกับดักซ่อนอยู่ ถ้าเราลาออกเพียงเพื่อ “เอาใจคนอื่น” โดยที่ไม่ได้มองถึงความมั่นคงและความสุขของตัวเองเลย ในระยะยาว เราอาจจะกลายเป็นคนที่เก็บกดและรู้สึกไร้ค่า (เพราะไม่มีงานทำ) ซึ่งจะย้อนกลับมาทำลายความสัมพันธ์นั้นซ้ำสองอยู่ดี
เวลาที่เรา ลาออกดีไหม อยากลาออกเพราะงานกระทบความสัมพันธ์ สิ่งที่เราโหยหาจริงๆ อาจจะไม่ใช่แค่ “เวลาที่จะไปอยู่กับเขา” แต่มันคือ “เวลาที่จะได้พักหายใจ” ต่างหาก งานที่สูบพลังชีวิต ไม่ได้แค่ขโมยเวลาที่เราจะให้คนรัก แต่มันขโมยพลังงานที่เราจะใช้ในการเป็น “มนุษย์ที่มีความสุข” ไปด้วย เมื่อเราไม่มีความสุข เราก็ไม่สามารถแผ่ขยายความสุขนั้นให้ใครได้
ถ้าการเปลี่ยนงานคือคำตอบ ลองปรับจุดโฟกัสของการลาออกครั้งนี้นะ:
อย่าปล่อยให้งานมาทำลายคนที่รักเธอ และอย่าปล่อยให้ความรู้สึกผิดมาบังคับให้เธอต้องตัดสินใจโดยลืมคิดถึงตัวเองนะ
ถ้า ลาออกดีไหม อยากลาออกเพราะงานกระทบความสัมพันธ์ ยังเป็นคำถามที่หาจุดลงตัวไม่ได้ ลองมาทำแบบทดสอบเพื่อเช็กความพร้อมและวางแผนทางรอด เพื่อให้การก้าวเดินครั้งนี้ พาเธอไปสู่ชีวิตที่ได้ดูแลทั้งคนที่รัก และดูแลหัวใจตัวเองอย่างแท้จริงกันนะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

"ไม่ไหวแล้ว... ปีหน้าจะไม่ทนแล้ว" ประโยคนี้แวบเข้ามาในหัวกี่ครั้งแล้วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา? เราเข้าใจนะว่าช่วงปลายปีมันหนักแค่ไหน ทั้งงานที่ต้องเร่งปิด ทั้งการประเมินที่จ่อคอหอย และความคาดหวังที่ถมทั

กลัวเปลี่ยนงานแล้วพลาด ได้โดยไม่ต้องรีบดุตัวเอง “จะกลัวอะไรนักหนา คนอื่นเขาก็ย้ายงานกันเป็นว่าเล่น ทำไมเราถึงขี้ขลาดขนาดนี้นะ?” เสียงต่อว่าตัวเองมักจะดังขึ้นเสมอ เวล

เงินสำรองก่อนตัดสินใจเรื่องงาน ได้โดยไม่ต้องรีบดุตัวเอง “รู้ว่าควรเก็บเงินไว้เผื่อลาออก แต่ทำไมเดือนนี้เผลอเอาไปซื้อของกินหมดเลย เรามันแย่จริงๆ” สำหรับคนที่ตั้งเป้าห