อยากมีขอบเขตกับ เสียงในหัวที่บอกว่าเราเป็นตัวปลอม ไม่ได้แปลว่าเราใจร้าย “เธอทำไม่ได้หรอก” “เดี๋ยวเขาก็รู้ว่าเธอไม่ได้เก่งจริง” เสียงกระซิบเหล่านี้มักจะดังขึ้นมาเสมอเวลาที่เรากำลังจะก้าวออกจาก Comfort

“เธอทำไม่ได้หรอก” “เดี๋ยวเขาก็รู้ว่าเธอไม่ได้เก่งจริง”
เสียงกระซิบเหล่านี้มักจะดังขึ้นมาเสมอเวลาที่เรากำลังจะก้าวออกจาก Comfort Zone หรือแม้แต่ตอนที่เราทำผลงานออกมาได้ดีมากๆ เสียงในหัวที่เรียกว่า Imposter Syndrome นี้ มักจะสวมรอยเป็น “ความถ่อมตัว” ทำให้เราไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับคำชมจากใคร
เวลาที่เราพยายามจะ ตั้งขอบเขต เสียงในหัวที่บอกว่าเราเป็นตัวปลอม เรามักจะรู้สึกผิดลึกๆ เหมือนกำลังโกหกตัวเอง “เราจะกล้ามั่นใจได้ยังไง ในเมื่อเราไม่ได้เก่งขนาดนั้นจริงๆ?” ความรู้สึกย้อนแย้งนี้แหละที่ทำให้หลายคนเลือกที่จะเชื่อเสียงตำหนิตัวเอง มากกว่าที่จะโอบรับความสำเร็จ
เราอยากให้เธอลองแยกให้ออกระหว่าง “ความจริง” กับ “ความกลัว”
เสียงในหัวที่บอกว่าเราเป็นตัวปลอม มันไม่ได้สะท้อนความจริงว่าเธอไม่เก่ง แต่มันสะท้อน “ความกลัว” ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ กลัวความผิดหวัง กลัวการถูกตัดสิน หรือกลัวว่าถ้าวันหนึ่งทำพลาดขึ้นมา คนอื่นจะไม่รักเราเหมือนเดิม
การที่เธออยากจะปิดสวิตช์เสียงนี้ ไม่ได้แปลว่าเธอเป็นคนหลงตัวเอง หรือเป็นคนหยิ่งผยองเลยนะ แต่มันแปลว่าเธอเริ่มรักตัวเองมากพอ ที่จะไม่ปล่อยให้ความกลัวมาขโมยความภูมิใจในสิ่งที่เธอทุ่มเทสร้างมาต่างหาก
หลายครั้งเรามักจะใจดีกับคนทั้งโลก แต่กลับใจร้ายกับตัวเองที่สุด เราพร้อมจะชื่นชมเพื่อนที่ทำสำเร็จ แต่พอเป็นคิวของเรา เรากลับบอกว่า “ก็แค่โชคช่วย”
ลองเปลี่ยนวิธีการคุยกับตัวเองใหม่นะ:
ไม่มีใครบนโลกนี้ที่รู้ทุกอย่าง และไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ การที่เธอรู้ว่าตัวเองยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่ม นั่นแหละคือหลักฐานว่าเธอไม่ใช่ตัวปลอม แต่เป็นคนที่พร้อมจะเติบโตเสมอ
ถ้า ตั้งขอบเขต เสียงในหัวที่บอกว่าเราเป็นตัวปลอม ยังเป็นเรื่องยาก ลองแวะมาเติมเต็มถ้อยคำใจดีให้ตัวเอง เพื่อยืนยันว่าเธอเก่งและมีคุณค่ามากพอที่จะได้รับความรักเสมอนะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

ทำไม สมองล้าจากงานและหน้าจอ ถึงทำให้การตั้งขอบเขตยากขึ้น “รู้ว่าควรปฏิเสธ แต่พอหัวหน้าสั่งมา ปากมันก็เผลอตอบตกลงไปแล้ว” เคยสังเกตไหมว่า ยิ่งเราทำงานเหนื่อยมากเท่าไหร่ เรายิ่งกลายเป็นคนที่ “ใจดีเกินไป”

ประโยคตั้งขอบเขตเมื่อ ครึ่งปีแรกที่ไม่เป็นไปตามแผน ทำให้เราลำบากใจ “งานนี้ด่วนมาก ช่วยทำให้พี่หน่อยนะ” “เสาร์อาทิตย์นี้แวะมาออฟฟิศแป๊บเดียวได้ไหม?” เวลาที่เราเพิ่งผ่านการทบทวนผลงานครึ่งปีมาหมาดๆ แล้วพ

ทำไม เสียงรอบข้างที่บอกว่าต้องสำเร็จ ถึงทำให้การตั้งขอบเขตยากขึ้น “งานแค่นี้เอง ช่วยหน่อยนะ” “ทำไมกลับเร็วจัง ไม่อยากก้าวหน้าหรอ?” ประโยคเหล่านี้มักจะทำให้เรากลืนไม่เข้าคายไม่ออกใจหนึ่งก็อยากจะปฏิเสธ