ทำไม ความคิดอยากลาออกที่เริ่มชัดขึ้น ถึงทำให้ใจล้ากว่างานที่เห็น “รู้ตัวแน่ๆ แล้วว่าไม่ทน แต่ทำไมช่วงรอเวลาออก ถึงเหนื่อยกว่าตอนที่สู้งานหนักๆ อีกนะ?” ช่วงเวลาแห่งกา

“รู้ตัวแน่ๆ แล้วว่าไม่ทน แต่ทำไมช่วงรอเวลาออก ถึงเหนื่อยกว่าตอนที่สู้งานหนักๆ อีกนะ?”
ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน (Transition) มักเป็นช่วงที่กินพลังงานชีวิตมากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อการตัดสินใจเริ่มตกผลึกแล้วว่า “ฉันจะไม่อยู่ที่นี่อีกต่อไป”
ในขณะที่งานบนโต๊ะอาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้น (หรือบางคนอาจจะเริ่มถ่ายโอนงานให้คนอื่นแล้วด้วยซ้ำ) แต่เรากลับรู้สึกว่า ความคิดอยากลาออกที่เริ่มชัดขึ้น ทำให้เรา เครียดงาน มากกว่าเดิมหลายเท่า เราหมดความอดทนกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นั่งประชุมอยู่ดีๆ ก็อยากจะลุกเดินออกไป หรือบางครั้งแค่นั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เฉยๆ ก็รู้สึกหมดแรงเหมือนเพิ่งวิ่งมาราธอนจบ
ทำไมช่วงเวลารอคอยถึงสูบพลังงานเราไปจนหมด?
คำตอบคือ ในทางจิตวิทยา เมื่อจิตใจเรา (Mind) ตัดสินใจก้าวออกจากสถานที่แห่งนี้ไปแล้ว แต่ร่างกาย (Body) ยังคงต้องนั่งอยู่ที่เดิม สมองของเราจะเกิดสภาวะที่เรียกว่า “Cognitive Dissonance” หรือความขัดแย้งทางความคิด
เพื่อที่จะเอาชีวิตรอดในแต่ละวัน สมองต้องทำงานหนักเป็นสองเท่าเพื่อ “สวมหน้ากาก” แสร้งทำเป็นว่าเรายังเป็นพนักงานที่พร้อมทุ่มเท เราต้องแกล้งพยักหน้าเห็นด้วยกับแผนงานปีหน้า ทั้งที่รู้ว่าเราจะไม่อยู่ทำมัน อาการ เครียดงาน ความคิดอยากลาออกที่เริ่มชัดขึ้น จึงเป็นความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการต้อง “เล่นละคร” ตลอดเวลา ซึ่งมันกินพลังงานมากกว่าการทำงานจริงๆ เสียอีก
ถ้าความขัดแย้งในใจกำลังทำให้เธอหมดแรง ลองพยุงตัวเองด้วยวิธีเหล่านี้นะ:
หลายคนอยากจะเคลียร์งานให้สะอาดหมดจดก่อนไป แต่ความจริงคือ งานไม่มีวันหมด อนุญาตให้ตัวเองส่งมอบงาน “เท่าที่เวลาอำนวย” และปล่อยวางส่วนที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของบริษัท ไม่ต้องพยายามแบกรับความรู้สึกผิดที่ไม่ได้สร้างขึ้นมาเอง
เมื่อจิตใจไม่ได้อยู่กับงานปัจจุบันแล้ว อย่าปล่อยให้มันว่างจนฟุ้งซ่าน ลองหากิจกรรมหรือโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่ทำให้ตื่นเต้น เช่น การเตรียมเรซูเม่ การเรียนทักษะใหม่ หรือแม้แต่การวางแผนไปเที่ยวพักผ่อนหลังลาออก การมีจุดโฟกัสใหม่จะช่วยดึงความสนใจออกจากความน่าเบื่อตรงหน้าได้
ไม่ต้องพยายามฝืนร่าเริง อนุญาตให้ตัวเองหน้าบูด หรือถอนหายใจบ้าง (ในพื้นที่ส่วนตัว) ยอมรับว่า “อืม ช่วงนี้มันอึดอัดจริงๆ แหละ” การโอบกอดความรู้สึกตรงๆ จะช่วยให้ความอึดอัดระเหยไปได้เร็วกว่าการพยายามกดมันไว้
ช่วงเวลารอยต่อนี้อาจจะยาวนานและทรมาน แต่อย่าลืมบอกตัวเองซ้ำๆ นะว่า “เรากำลังจะก้าวไปสู่ที่ที่ดีกว่า”
ถ้า เครียดงาน ความคิดอยากลาออกที่เริ่มชัดขึ้น ยังทำให้ใจหนักอึ้ง ลองมาทำแบบทดสอบเพื่อเช็กระดับพลังงานใจ และอนุญาตให้ตัวเองค่อยๆ ปล่อยวางความสมบูรณ์แบบ ដើម្បីถนอมแรงไว้ก้าวเดินในเส้นทางใหม่ที่สดใสกว่าเดิมนะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

เครียดกับ การวางแผนออกจากงานโดยไม่เผาสะพาน ได้ ไม่ได้แปลว่าเราไม่อดทน “แค่นี้ทำเป็นเครียด คนอื่นเขาลาออกกันเยอะแยะ ไม่เห็นต้องคิดมากขนาดนี้เลย” เวลาที่เราพยายามจะอธิบายความกังวลในช่วง “เตรียมตัวลาออก”

เครียดกับ เช้าวันจันทร์ที่ไม่อยากลุกไปทำงาน ได้ ไม่ได้แปลว่าเราไม่อดทน “คนอื่นเขาก็ทำงานหนักกันทั้งนั้น ทำไมเราถึงรู้สึกเหมือนจะตายให้ได้อยู่คนเดียว?” ทุกเช้าวันจันทร์ เสียงนาฬิกาปลุกมักจะทำหน้าที่เหม

ทำไม วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ถึงทำให้ใจล้ากว่างานที่เห็น “งานหนักแค่ไหนก็ไม่เหนื่อยเท่าต้องกลับไปเจอหน้าครอบครัวช่วงเทศกาลเลย” หลายคนมักจะแซวตัวเองว่า ขอทำโอทีอยู่ที่ออฟฟิศดีกว่าต้องกลับไปร่วม