ถูกปฏิเสธก็ไม่ได้แย่
ถูกปฏิเสธแล้วรู้สึกแย่ รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ หรือไม่มีค่าพอ ความรู้สึกนั้นหนักและกดดัน จนบางครั้งอยากจะยอมแพ้แล้วไม่ลองอีกเลย
ลองลองนึกภาพว่าการถูกปฏิเสธเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่ถูกปักลงในดิน ตอนที่ดินปิดทับ มันดูเหมือนจบ ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ความจริงคือใต้ดินนั้น เมล็ดกำลังสะสมพลัง เติบโตเงียบๆ แล้วแตกเปลือกออกมาเมื่อถึงเวลา ทุกครั้งที่ถูกปฏิเสธไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นข้อมูลที่บอกว่าครั้งนี้ไม่ใช่ ที่นี่ไม่ใช่ คนนี้ไม่ใช่ และนั่นไม่ได้แปลว่าไม่ดีพอ แค่แปลว่ายังไม่ใช่เวลาและยังไม่ใช่ที่ นักเขียนที่โด่งดังถูกปฏิเสธสิบกว่าครั้งก่อนหนังสือจะตีพิมพ์ ศิลปินที่ชื่นชอบเคยถูกบอกว่าไม่มีพรสวรรค์ แต่พวกเขาไม่ได้หยุดเพราะเมล็ดพันธุ์ที่ถูกปฏิเสธทุกเมล็ดกำลังเติบโตอยู่
ครั้งหน้าที่ถูกปฏิเสธ ลองมองว่าเป็นเมล็ดพันธุ์อีกเมล็ดที่ถูกหว่านลงไป ไม่ต้องเห็นดอกทันที แค่รดน้ำต่อแล้วรอ
เมล็ดพันธุ์ที่งอกงามที่สุด มักมาจากดินที่ดูเหมือนไม่เอื้ออำนวยที่สุด
สิ่งเล็ก ๆ ที่ลองทำได้หลังอ่านจบ
มองในกระจกแล้วบอกตัวเอง "ฉันมีค่า" แม้จะไม่เชื่อตอนนี้ก็ตาม — ทำทุกวันจนสมองเริ่มเชื่อ