สัญญาณว่า กลัวเป็นตัวปลอมในที่ทำงานใหม่ อาจต้องใช้แผนมากกว่าการฝืน “ถ้าไม่ไหวจริงๆ ลาออกดีไหม?” ประโยคนี้อาจจะฟังดูแปลกสำหรับคนที่เพิ่งย้ายงานมาได้ไม่นาน แต่ความจริงแล้ว อาการอยากหนี มักจะรุนแรงที่สุ

“ถ้าไม่ไหวจริงๆ ลาออกดีไหม?”
ประโยคนี้อาจจะฟังดูแปลกสำหรับคนที่เพิ่งย้ายงานมาได้ไม่นาน แต่ความจริงแล้ว อาการอยากหนี มักจะรุนแรงที่สุดในช่วง 3-6 เดือนแรกของการเริ่มงานใหม่ นี่คือช่วงเวลาฮันนีมูนที่ความตื่นเต้นหมดลง และความกดดันที่ต้องพิสูจน์ตัวเองเริ่มเข้ามาแทนที่
ถ้าเธอกำลังเผชิญกับอาการ ลาออกดีไหม กลัวเป็นตัวปลอมในที่ทำงานใหม่ รู้สึกเหมือนตัวเองไม่เก่งเท่าตอนสัมภาษณ์ และกลัวว่าหัวหน้าจะจับได้ว่ารับคนมาผิด เราอยากบอกว่าอาการ Imposter Syndrome แบบนี้ เป็นเรื่องธรรมชาติที่คนเก่งๆ ทุกคนต้องเจอ แต่ถ้ามันหนักจนเริ่มทำร้ายร่างกายและจิตใจ การ “ทนฝืน” อาจจะไม่ใช่คำตอบเสมอไปนะ
เวลาที่เราเปลี่ยนสภาพแวดล้อม สมองจะต้องทำงานหนักเพื่อเรียนรู้ทั้งระบบงานใหม่ วัฒนธรรมองค์กรใหม่ และความสัมพันธ์ใหม่ๆ ยิ่งเมื่อเรายังไม่รู้วิธีเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ ความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ จะบอกเราว่า “เธอทำไม่ได้หรอก เธอมันไม่เก่งจริง”
บ่อยครั้งที่เราพยายามสู้กับความรู้สึกนี้ด้วยการทำงานหนักขึ้น อยู่ดึกขึ้นเพื่อชดเชยสิ่งที่เราคิดว่าตัวเองขาด แต่การทำแบบนั้นกลับยิ่งเร่งให้เกิดภาวะ Burnout เร็วขึ้น และทำให้เราอยากลาออกมากกว่าเดิม
การลาออกไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่การลาออกแบบไร้ทิศทางเพราะอารมณ์ชั่ววูบ อาจทำให้เราเสียใจทีหลัง ลองเช็กสัญญาณเหล่านี้ เพื่อเตรียมตัววางแผนนะ:
ถ้าความเครียดจากการกลัวทำพลาด ทำให้เธอนอนไม่หลับ ปวดหัวเรื้อรัง หรือร้องไห้ทุกเช้าก่อนไปทำงาน นี่ไม่ใช่แค่การปรับตัวแล้ว แต่มันคือสัญญาณว่าร่างกายกำลังแบกรับความกดดันเกินขีดจำกัด การวางแผนลาออกเพื่อรักษาชีวิตไว้ คือทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด
Imposter Syndrome จะรุนแรงขึ้นในองค์กรที่มีวัฒนธรรมแบบ “ห้ามทำพลาด” ถ้าที่ทำงานใหม่ไม่เปิดโอกาสให้ซักถาม หรือพร้อมจะเหยียบย่ำเมื่อทำผิด การอยู่ที่นี่ต่อไปก็คงไม่ช่วยให้ความมั่นใจของเธอกลับมา
ถ้าพยายามเรียนรู้งานอย่างเต็มที่แล้ว แต่พบว่าเนื้องานจริงๆ ขัดกับสิ่งที่เราเชื่อมั่น หรือไม่ตอบโจทย์เป้าหมายระยะยาวของเราเลย การฝืนทนเพื่อให้ผ่านโปร อาจเป็นการเสียเวลามากกว่า
ถ้าเช็กแล้วพบว่าที่นี่ “ไม่ใช่” จริงๆ อย่าเพิ่งรีบด่าตัวเองว่าไม่อดทนนะ อนุญาตให้ตัวเองเริ่มวางแผนสำรอง เช็กเงินเก็บ และอัปเดตเรซูเม่ การก้าวออกไปพร้อมกับแผนการ จะช่วยให้ความกลัวลดลง และเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้
ถ้า ลาออกดีไหม กลัวเป็นตัวปลอมในที่ทำงานใหม่ ยังทำให้ใจว้าวุ่น ลองมาทำแบบทดสอบเพื่อจัดระเบียบความคิด และประเมินความพร้อมในการหาทางออกที่ปลอดภัยที่สุดให้กับตัวเองกันนะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
กำลังรู้สึกแบบนี้...
การลาออกเพราะเป้าหมายงานไม่ตรงใจไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการเลือกที่จะไม่วิ่งตามเป้าหมายที่ไม่ใช่ของตัวเอง