เข้าสู่ช่วงเดือนสุดท้ายของปี หลายคนน่าจะกำลังมองหาเวลาเงียบๆ เพื่อคุยกับตัวเองทบทวนสิ่งที่ผ่านมา แต่ในยุคที่เราพยายามจะบอกตัวเองให้ "ใจดีกับตัวเอง" บางทีมันก็กลายเป็นความกดดันแบบใหม่ขึ้นมาซะอย่างนั้นม

เข้าสู่ช่วงเดือนสุดท้ายของปี หลายคนน่าจะกำลังมองหาเวลาเงียบๆ เพื่อคุยกับตัวเองทบทวนสิ่งที่ผ่านมา แต่ในยุคที่เราพยายามจะบอกตัวเองให้ "ใจดีกับตัวเอง" บางทีมันก็กลายเป็นความกดดันแบบใหม่ขึ้นมาซะอย่างนั้นมั้ย? โดยเฉพาะเวลาที่เราพยายามจะหาเรื่องดีๆ มาปลอบใจตัวเอง แต่ข้างในมันกลับรู้สึก หมดไฟ การทบทวนปีแบบใจดี เลยเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นงานอีกชิ้นที่ต้องทำสิให้เสร็จ
ถ้าเธอรู้สึกว่าการพยายามทำ Kind Year Review หรือการทบทวนปีแบบใจดี มันเริ่มจะหนักเกินไป ไม่ต้องตกใจนะ เธอไม่ได้กำลังล้มเหลวในการรักตัวเอง แต่มันคือสัญญาณว่า "แบตเตอรี่ใจ" ของเธอต้องการการชาร์จด่วนแล้วล่ะ
เราเข้าใจนะว่าบางทีการอ่านคำแนะนำให้ "ขอบคุณตัวเอง" หรือ "มองหาความสำเร็จเล็กๆ" ในวันที่เราเหนื่อยจนแทบไม่อยากลุกจากเตียง มันให้ความรู้สึกที่ฝืนธรรมชาติมากเลย เพราะลึกๆ แล้วเรายังจัดการกับความผิดหวังหรือความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งปีไม่หมด การพยายามเอาความใจดีมาฉาบหน้าไว้เลยยิ่งทำให้เราเสียพลังงานไปมากกว่าเดิม
การที่เรารู้สึกว่าการทบทวนปีมันยาก มันคือเสียงกระซิบจากข้างในว่า "พอแล้วนะ ตอนนี้ยังไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น"
ลองเช็กอาการดูนะว่าตอนนี้เธอเข้าข่ายแบตหมดจนต้องพักก่อนหรือเปล่า
ถ้าเช็กแล้วว่าไหวไม่มาก ลองทำตามนี้ดูนะ
ไม่ต้องมีบทสรุปที่ยิ่งใหญ่ ไม่ต้องมีบทเรียนที่ลึกซึ้งก็ได้นะ แค่การที่เธอพาตัวเองผ่านวันที่ยากลำบากมาได้จนถึงเดือนธันวาคม นั่นคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว เขียนแค่คำว่า "ขอบคุณที่รอดมาได้" คำเดียวลงในสมุดก็เพียงพอแล้วล่ะ
ถ้าอยากทบทวนจริงๆ ลองกำหนดเวลาให้ตัวเองแค่ 5 นาทีนะ ถ้าใน 5 นาทีนี้ไม่มีอะไรออกมา ก็แปลว่าวันนี้ใจไม่พร้อม ให้ปิดทุกอย่างแล้วไปทำอย่างอื่นที่ใช้แรงน้อยกว่า เช่น ฟังเพลงที่ชอบ หรือแช่น้ำอุ่นๆ
ไม่มีกฎข้อไหนบอกนะว่าต้องทบทวนปีให้เสร็จก่อนวันที่ 31 ธันวาคม เธอจะไปทบทวนตอนเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ตอนที่ใจสงบกว่านี้ก็ได้นะ เวลายังมีเหลือเฟือสำหรับคนรักตัวเอง
อย่าให้การพยายามเป็นคนที่ดีขึ้น มาทำลายความเป็นคนที่มีความสุขในตอนนี้ของเธอเลยนะ การทบทวนปีที่ใจดีที่สุด คือการกล้ายอมรับว่าตอนนี้เรายังไม่พร้อมจะคิดอะไร และเลือกที่จะดูแลร่างกายและจิตใจให้กลับมามีแรงอีกครั้ง
ค่อยๆ เติมพลังไปนะ ไม่ต้องรีบ
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีนี้ คือการที่เธอยังมีใจที่อยากจะดูแลตัวเองอยู่นี่แหละ
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าตอนนี้แบตใจอยู่ที่ระดับไหน ลองไปทำ แบบทดสอบเช็กพลังงานใจ ดูนะ จะได้รู้ว่าตอนนี้เธอควรทำอะไรเป็นสิ่งแรกเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น
อ่านบทความเกี่ยวกับการจัดการความเหนื่อยล้าได้ที่ Burn out คืออะไร? เมื่อไฟในใจเริ่มมอดดับ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
กำลังรู้สึกแบบนี้...
เครื่องมือดูแลใจที่อาจช่วยได้

มีใครเคยรู้สึกไหมว่าทุกเช้าที่เราตื่นขึ้นมานั้นมันไม่ใช่แค่วันใหม่ แต่มันคือการเริ่มต้นการวิ่งครั้งใหม่อีกครั้ง การวิ่งที่ไม่มีเส้นชัยที่ชัดเจนแต่มีแรงกดดันมหาศาลอยู่ข้างหลังว่า 'ถ้าเราหยุดวิ่งเมื่อไห

ทำไม quarter-life crisis หลังวันหยุดยาว ถึงทำให้ใจหมดไฟง่ายขึ้น เพิ่งกลับมาจากช่วงหยุดยาวแท้ๆ แต่ทำไมตื่นเช้ามาวันนี้ถึงรู้สึกหนักใจแปลกๆ เหมือนไม่อยากลุกไปทำอะไรเลย... ถ้าเธอกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่ เรา