“เดี๋ยวปีหน้าก็เริ่มใหม่ได้นะ” “สู้ๆ อีกนิดเดียวก็จะหมดปีแล้ว” “อย่าคิดมากเลย เทศกาลต้องมีความสุขสิ” ประโยคเหล่านี้เรามักจะได้ยินบ่อยๆ ในช่วงปลายปีใช่มั้ย? แม้คนพูดจ

“เดี๋ยวปีหน้าก็เริ่มใหม่ได้นะ” “สู้ๆ อีกนิดเดียวก็จะหมดปีแล้ว” “อย่าคิดมากเลย เทศกาลต้องมีความสุขสิ”
ประโยคเหล่านี้เรามักจะได้ยินบ่อยๆ ในช่วงปลายปีใช่มั้ย? แม้คนพูดจะหวังดี แต่เราเชื่อว่าสำหรับคนที่กำลัง ‘ใจล้า’ เทศกาลที่ไม่ได้ทำให้ทุกคนมีความสุขแบบนี้ คำปลอบใจที่มาไวไปไว กลับยิ่งทำให้เรารู้สึกว่า ‘ความเศร้าของเรามันเป็นเรื่องผิด’ หรือ ‘ความเหนื่อยของเรามันไม่มีที่ว่างให้แสดงออก’
เพราะในวันที่คนอื่นกำลังหัวเราะ ความเงียบในใจเรามันจะดังขึ้นเป็นพิเศษ และสิ่งที่เราต้องการจริงๆ อาจไม่ใช่คำบอกให้ฮึดสู้ แต่คือการมีใครสักคนยอมรับว่า ‘เออ มันเหนื่อยจริงๆ นะ’ โดยไม่ต้องรีบหาทางแก้ให้เราทันที
ในทางจิตวิทยา เมื่อเรากำลังอยู่ในสภาวะ ‘Holiday Blues’ หรือความเศร้าช่วงเทศกาล การได้รับคำปลอบใจประเภท ‘Positive Toxicity’ (การมองโลกในแง่บวกจนเกินพอดี) จะทำให้เรารู้สึกว่าความรู้สึกที่แท้จริงของเราถูกปฏิเสธ (Invalidated)
เมื่อใจเราต้องการการเยียวยา แต่คนรอบข้างกลับบอกให้เรา ‘ยิ้ม’ หรือ ‘ลืมๆ มันไป’ ใจเราจะเริ่มสร้างเกราะป้องกัน และเก็บความทุกข์นั้นไว้ลึกกว่าเดิม ผลที่ตามมาคือเราจะรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้นท่ามกลางฝูงชน
ความรู้สึกเหนื่อยในช่วงปลายปีมันมีน้ำหนักนะ และมันต้องการการดูแลที่ละเมียดละไมกว่าคำพูดทั่วไป เพราะมันคือความเหนื่อยสะสมมาตลอด 11 เดือน มันคือความคาดหวังที่ยังทำไม่สำเร็จ และมันคือความกลัวต่อสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
หากเธอเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าคำปลอบของใครก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้น ลองกลับมาทำสิ่งเหล่านี้เพื่อตัวเองดูนะ
1. อนุญาตให้ตัวเอง ‘ไม่โอเค’ (Permission to be Unhappy)
จำไว้ว่าไม่มีกฎหมายข้อไหนบอกว่าวันที่ 25 ธันวาคม หรือวันที่ 31 ธันวาคม ทุกคนต้องยิ้มกว้าง เธอมีสิทธิ์ที่จะรู้สึกเฉยๆ หรือแม้แต่รู้สึกเศร้า การยอมรับความรู้สึกตัวเองคือขั้นตอนแรกของการดูแลใจที่ทรงพลังที่สุด
2. สร้าง ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ส่วนตัว (Create a Sanctuary)
เมื่อบรรยากาศข้างนอกมันวุ่นวายเกินไป ลองหาเวลาสั้นๆ อยู่กับตัวเองในแบบที่ชอบ ไม่ต้องไปงานปาร์ตี้ถ้ายังไม่พร้อม ไม่ต้องตอบแชทถ้ายังไม่มีแรง การได้อยู่กับความเงียบหรือสิ่งที่คุ้นเคยจะช่วยให้แบตเตอรี่ใจที่ใกล้หมดได้เริ่มประจุไฟใหม่อีกครั้ง
3. เน้นการ ‘ฟังเสียงร่างกาย’ (Check-in with Body)
บางครั้งใจที่ล้าก็แสดงออกผ่านร่างกายที่หนักอึ้ง ลองถามตัวเองว่า “ตอนนี้ร่างกายอยากได้อะไร?” พักผ่อนเพิ่มขึ้นมั้ย? ทานอาหารอุ่นๆ มั้ย? หรือแค่อยากนั่งเฉยๆ มองท้องฟ้า? การดูแลกายอย่างอ่อนโยนจะส่งผลถึงใจอย่างช้าๆ
เราอยากบอกเธอว่า การที่คำปลอบใจของคนอื่นไม่ได้ผล ไม่ได้แปลว่าเธอเป็นคนรักษาอยาก หรือเธอผิดปกติ แต่มันแปลว่า ‘แผลใจ’ ของเธอในตอนนี้ต้องการเวลาและการดูแลที่เฉพาะเจาะจงมากกว่านั้น
ในช่วงเทศกาลที่ดูเหมือนจะเร่งรัดให้ทุกคนมีความสุข เราขอเป็นคนหนึ่งที่บอกเธอว่า “ช้าลงก็ได้นะ” “เศร้าก็ได้นะ” และ “ไม่ต้องรีบดีขึ้นเพื่อใคร”
หัวใจของเธอน่ารักที่สุดแล้วที่พาเธอผ่านปีที่หนักหนามาได้จนถึงวันนี้ ให้เวลาใจได้พักจริงๆ เถอะนะ
Golden Sentence:
การยอมรับว่าเรากำลังเหนื่อย ท่ามกลางบรรยากาศที่ทุกคนกำลังมีความสุข คือความกล้าหาญอย่างหนึ่งของการใช้ชีวิต
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิธีรับมือความโดดเดี่ยวในช่วงเทศกาล
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
กำลังรู้สึกแบบนี้...

เคยเป็นไหม นั่งเลื่อนดูแอปพลิเคชันสั่งอาหารเป็นชั่วโมงเพื่อเลือกว่าจะกินอะไรดี สุดท้ายก็จบลงที่เมนูเดิมที่คุ้นเคย หรือบางครั้งตั้งใจจะเริ่มทำโปรเจกต์ใหม่ แต่กลับใช้เวลาทั้งสัปดาห์ไปกับการหาข้อมูล เปรี