ที่พักใจ
ห้องสมุดใจเครื่องมือตู้ยาประจำใจ

กลัวเป็นตัวปลอมในที่ทำงานใหม่ สัญญาณที่ต้องใช้แผนมากกว่าฝืน

เมื่อความรู้สึกเป็นตัวปลอมในที่ทำงานใหม่ก่อตัวจนทับถม บางทีสิ่งที่ต้องการอาจไม่ใช่การฝืนปรับตัว แต่เป็นการเตรียมแผนที่ใบใหม่ที่เราเลือกเอง

1 min read
กลัวเป็นตัวปลอมในที่ทำงานใหม่ สัญญาณที่ต้องใช้แผนมากกว่าฝืน

สัญญาณว่า กลัวเป็นตัวปลอมในที่ทำงานใหม่ อาจต้องใช้แผนมากกว่าการฝืน

เข้าที่ทำงานใหม่ได้สองสามเดือน แล้วรู้สึกว่าตัวเองเหมือนนักแสดงที่ขึ้นไปยืนผิดเวที — ทำอะไรก็รู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเอง พูดอะไรก็เกรงว่าใครจะมองออกว่าเราไม่เก่งอย่างที่เขาคิด

ลองจินตนาการว่าความรู้สึกนี้เป็นเหมือนแผนที่เก่าที่เขียนด้วยหมึกจางๆ ที่เรากำลังถืออยู่ มีเส้นทางวาดไว้บางส่วน แต่จุดหมายปลายทางเลือนรางจนมองไม่เห็น ยิ่งฝืนเดินตามเส้นที่มองไม่ชัด ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังหลงทาง

กลัวเป็นตัวปลอม ไม่ได้แปลว่าเราไม่มีความสามารถ

ความรู้สึกที่ว่า "ตัวเองไม่สมควรอยู่ตรงนี้" ไม่ได้เกิดจากการที่เราขาดคุณภาพ แต่มันเกิดจากการที่เรายืนอยู่ในที่ที่ระบบ วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมไม่ได้หล่อหลอมให้เรามองเห็นคุณค่าของตัวเอง ลองสังเกตดูสิ — เวลาอยู่ที่ทำงาน เราเผชิญอะไรบ้าง คำชมที่รู้สึกจะไม่จริงใจ ความคาดหวังที่ค่อยๆ สะสมจนเบียดบังพื้นที่หายใจ หรือบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกว่าถามอะไรก็เป็นเรื่องน่าอับอาย

ถ้าความรู้สึกนี้ก่อตัวมาเรื่อยๆ จนทับถมเป็นชั้นๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเริ่มตั้งคำถามว่า ลาออกดีไหม กลัวเป็นตัวปลอมในที่ทำงานใหม่ แล้วความกลัวนี้มันบอกอะไรเราจริงๆ

สัญญาณที่บอกว่าเราอาจต้องการมากกว่าการฝืนทน

เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกว่าต้องสวมบทบาทคนอื่นทุกวันเพื่อให้รอดในที่ทำงาน นั่นไม่ใช่ความอ่อนแอ — แต่เป็นสัญญาณจากข้างในที่พยายามบอกว่าสิ่งที่เราต้องการอาจไม่ใช่การปรับตัวให้เข้ากับที่ที่ไม่เหลือพื้นที่ให้เราเป็นตัวเอง แต่เป็นการเตรียมแผนที่ใบใหม่ที่ชัดเจนกว่า แผนที่ที่มีจุดหมายที่เราเลือกเอง ไม่ใช่ที่ใครกำหนดให้

เริ่มต้นด้วยการถามตัวเองให้ชัด

ลองหยิบกระดาษมาเขียนสิ่งที่ทำให้รู้สึกแย่ที่สุดในแต่ละวัน ไม่ต้องสละสลวย เขียนแบบคนที่เหนื่อยล้าจนไม่มีแรงปรนิบัติตัว แล้วมองหาว่ามีอะไรซ้ำๆ กันบ้าง บางทีสิ่งที่เราคิดว่าเป็นความอ่อนแอของเรา อาจเป็นเพียงความไม่ต้องกันระหว่างเรากับที่ที่เรายืนอยู่

และเมื่อเริ่มเห็นภาพชัดขึ้น ก็เริ่มเขียนแผนที่ใบใหม่ได้เลย ไม่ต้องสมบูรณ์ ไม่ต้องรู้จุดหมายปลายทางทุกอย่าง แค่รู้ว่าก้าวต่อไปเป็นยังไง อยากเก็บเงินกันกี่เดือนก่อนจะขยับ อยากเรียนรู้ทักษะอะไรเพิ่ม หรืออยากลองสมัครงานแบบไหนดูบ้าง

แผนที่เก่าใบนั้นเขียนด้วยหมึกจางๆ ของความคาดหวังที่คนอื่นวาดให้ แต่แผนที่ใบใหม่ — เราเขียนเองได้ ด้วยหมึกที่เลือกเอง เดินด้วยความเพียรของตัวเอง และถึงจุดหมายที่มีความหมายสำหรับเราจริงๆ

ถ้าเรื่องนี้ตรงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

เปิดหัวข้อที่อธิบายความรู้สึกนี้ พร้อมวิธีเล็ก ๆ ที่ลองทำได้ทันที

อ่านหัวข้อ “Imposter Syndrome (คิดว่าตัวเองไม่เก่งจริง)”

ก่อนตัดสินใจเรื่องงาน

ทบทวนความพร้อมก่อนตัดสินใจเรื่องงาน

ดูเรื่องใจ เงิน และทางเลือกประกอบกัน เพื่อให้การตัดสินใจมีข้อมูลรองรับมากขึ้น

เช็กความพร้อมก่อนลาออก
ที่พักใจ - ผู้เขียนที่พักใจ

ที่พักใจ

ผู้เขียนContent Creator

เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ

50+ บทความดูแลสุขภาพจิตGen Z Advocate
ติดตามได้ที่:เว็บไซต์FacebookInstagram
ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พักใจ

บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

Share this article

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

จัดระเบียบความคิดเมื่อ วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ทำให้ใจว้าวุ่น
Future Worry & Overthinking

จัดระเบียบความคิดเมื่อ วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ทำให้ใจว้าวุ่น

จัดระเบียบความคิดเมื่อ วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ทำให้ใจว้าวุ่น “ถ้าไม่โทรหาแม่วันนี้ เขาจะน้อยใจไหม?” “แต่ถ้าโทรไปแล้วต้องทะเลาะกันอีกล่ะ?” สำหรับคนที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีความสัมพันธ์แบบรถไฟ

อ่านต่อ
ทำไม วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ถึงทำให้ใจล้ากว่างานที่เห็น
Work Stress

ทำไม วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ถึงทำให้ใจล้ากว่างานที่เห็น

ทำไม วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ถึงทำให้ใจล้ากว่างานที่เห็น “งานหนักแค่ไหนก็ไม่เหนื่อยเท่าต้องกลับไปเจอหน้าครอบครัวช่วงเทศกาลเลย” หลายคนมักจะแซวตัวเองว่า ขอทำโอทีอยู่ที่ออฟฟิศดีกว่าต้องกลับไปร่วม

อ่านต่อ
ตั้งขอบเขตก่อนตัดสินใจลาออก ควรพาเราไปสู่ชีวิตที่ดูแลตัวเองมากขึ้น
Exit Plan & Work Transition

ตั้งขอบเขตก่อนตัดสินใจลาออก ควรพาเราไปสู่ชีวิตที่ดูแลตัวเองมากขึ้น

ตั้งขอบเขตก่อนตัดสินใจลาออก ควรพาเราไปสู่ชีวิตที่ดูแลตัวเองมากขึ้น “ถ้าเราลาออก แล้วงานที่เหลือใครจะทำ?” “หัวหน้าจะมองว่าเราทิ้งทีมหรือเปล่า?” ในขณะที่ร่างกายนอนซมด้วยอาการออฟฟิศซินโดรม และจิตใจก็พังท

อ่านต่อ