ที่พักใจ
ห้องสมุดใจเครื่องมือตู้ยาประจำใจ
Future Worry & Overthinking

กังวลกับ การนอนดึกเพื่อทวงเวลาของตัวเอง ได้ แม้อนาคตยังมาไม่ถึง

กังวลกับ การนอนดึกเพื่อทวงเวลาของตัวเอง ได้ แม้อนาคตยังมาไม่ถึง “รู้ทั้งรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า แต่ก็ยังหยุดไถโทรศัพท์ไม่ได้สักที” ในแต่ละคืนที่เข็มนาฬิกาชี้ผ่านเที่ยงคืนไปแล้ว หลายคนยังคงตาค้างจ้

1 min read
กังวลกับ การนอนดึกเพื่อทวงเวลาของตัวเอง ได้ แม้อนาคตยังมาไม่ถึง

กังวลกับ การนอนดึกเพื่อทวงเวลาของตัวเอง ได้ แม้อนาคตยังมาไม่ถึง

“รู้ทั้งรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า แต่ก็ยังหยุดไถโทรศัพท์ไม่ได้สักที”

ในแต่ละคืนที่เข็มนาฬิกาชี้ผ่านเที่ยงคืนไปแล้ว หลายคนยังคงตาค้างจ้องหน้าจอ ไม่ใช่เพราะไม่เหนื่อย แต่เพราะความรู้สึกที่ว่า “วันนี้ฉันยังไม่ได้ใช้ชีวิตของตัวเองเลย” การทำงานหนักมาทั้งวัน การเดินทางฝ่ารถติด การตอบสนองความต้องการของทุกคนรอบตัว ทำให้เราสูญเสียการควบคุมเวลาของตัวเองไปจนหมด

อาการ คิดมากเรื่องอนาคต การนอนดึกเพื่อทวงเวลาของตัวเอง (Revenge Bedtime Procrastination) จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นกลไกชดเชย เรายอมเบียดเบียนเวลานอนเพื่อแลกกับการได้ดูซีรีส์ หรือไถโซเชียล เพราะนั่นคือช่วงเวลาเดียวที่เราไม่ต้องเป็นพนักงานของใคร ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เป็นแค่ “เรา” ที่ได้เป็นเจ้าของเวลาอย่างแท้จริง

ความรู้สึกผิด ที่มาพร้อมกับขอบตาดำ

แม้ลึกๆ เราจะรู้ว่าการนอนดึกจะทำให้พรุ่งนี้เช้าพังพินาศ แต่ความโหยหาอิสรภาพในเวลากลางคืนกลับมีพลังมากกว่า

สิ่งที่ตามมาคือ ทันทีที่เราปิดไฟเข้านอน ความรู้สึกผิดและความกังวลจะพุ่งโจมตีเราทันที เราจะเริ่ม คิดมากเรื่องอนาคต การนอนดึกเพื่อทวงเวลาของตัวเอง ว่าพรุ่งนี้จะตื่นไหวไหม จะทำงานพลาดไหม หรือสุขภาพจะพังในระยะยาวหรือเปล่า วังวนแห่งความรู้สึกผิดนี้ ทำให้การนอนหลับของเรายิ่งไร้คุณภาพ และวงจรการนอนดึกเพื่อทวงเวลา ก็จะวนกลับมาใหม่ในคืนถัดไป

เธอไม่ได้ขาดวินัย เธอแค่โหยหาพื้นที่ส่วนตัว

ก่อนที่จะดุด่าตัวเองซ้ำๆ ว่าเป็นคนไม่มีระเบียบวินัย เราอยากให้เธอโอบกอดตัวเองแน่นๆ แล้วรับรู้ความจริงข้อหนึ่งว่า การที่เธอต้องทวงเวลาคืนในตอนกลางคืน มันเป็นเพราะตอนกลางวัน “เธอทุ่มเทเพื่อคนอื่นมากเกินไป” ต่างหาก

การอนุญาตให้ตัวเองรู้สึกโหยหาการพักผ่อน เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา ไม่ต้องรู้สึกผิดที่ตัวเองอยากพัก เพราะมนุษย์ทุกคนต้องการพื้นที่เงียบๆ เป็นของตัวเองทั้งนั้น

3 วิธีคืนเวลาให้ตัวเอง โดยไม่ต้องขโมยเวลานอน

ถ้าการนอนดึกเริ่มทำร้ายสุขภาพ ลองขยับขยายพื้นที่ความสุขมาไว้ในตอนกลางวันแทนนะ:

  • สร้าง 'เวลาของฉัน' (Me-time) ระหว่างวัน: ไม่ต้องรอให้ถึงเที่ยงคืน ลองแอบขโมยเวลาตอนกลางวันสัก 15 นาที (เช่น หลังกินข้าวเที่ยง หรือระหว่างเดินทาง) มาทำเรื่องไร้สาระที่ตัวเองชอบ การมีช่วงเวลาผ่อนคลายเล็กๆ จะช่วยลดความกดดันที่ต้องไปทวงคืนในตอนกลางคืน
  • ลดทอนความสมบูรณ์แบบในงาน: งานบางอย่างไม่จำเป็นต้องใช้พลังงาน 100% เสมอไป ลองเก็บพลังงานไว้บ้าง เพื่อให้ตัวเองยังมีแรงเหลือกลับมาใช้ชีวิตตอนเย็น โดยไม่ต้องรอให้ถึงดึกดื่น
  • กำหนด 'พิธีกรรมก่อนนอน' ที่นุ่มนวล: แทนที่จะพักด้วยการดูหน้าจอที่กระตุ้นสมอง ลองเปลี่ยนเป็นการอ่านหนังสือนิยาย ฟังพอดแคสต์ หรือการมาสก์หน้าช้าๆ การสร้างความรู้สึกผ่อนคลายที่แท้จริง จะช่วยให้เรารู้สึกว่า “พอแล้วสำหรับวันนี้” ได้ง่ายขึ้น

การพักผ่อน คือของขวัญที่ดีที่สุดที่เธอให้ตัวเองได้

การทวงเวลาคืนเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่การทวงด้วยการทำร้ายสุขภาพตัวเอง อาจจะไม่คุ้มค่าในระยะยาวนะ อนุญาตให้ตัวเองได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม เพื่อที่พรุ่งนี้จะได้มีแรงตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตที่เป็นของตัวเองจริงๆ นะ

ถ้า คิดมากเรื่องอนาคต การนอนดึกเพื่อทวงเวลาของตัวเอง ยังทำให้ใจไม่สงบ ลองมาเปิดไพ่สำรวจพลังงานในใจ เพื่อค่อยๆ รับฟังความเหนื่อยล้า และดึงตัวเองกลับมาสู่การพักผ่อนที่อ่อนโยนกันนะ

ถ้าเรื่องนี้ตรงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

เปิดหัวข้อที่อธิบายความรู้สึกนี้ พร้อมวิธีเล็ก ๆ ที่ลองทำได้ทันที

อ่านหัวข้อ “นอนดึกแก้แค้น (Revenge Bedtime)”

จัดระเบียบความรู้สึก

ใช้ไพ่เป็นจุดตั้งต้นของการฟังใจ

เมื่อสิ่งข้างในยังเรียบเรียงไม่ชัด ลองใช้ไพ่เพื่อรับข้อความสะท้อนใจอย่างอ่อนโยน

เปิดไพ่สะท้อนใจ

คำถามที่มักถูกถาม

อาการใจสั่นจากความกังวลรักษาได้ไหม?
ได้นะ อาการใจสั่นจากความวิตกกังวลเกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติที่ตื่นตัวมากเกินไป ไม่ใช่ความผิดปกติถาวร เทคนิคที่ช่วยได้ทันทีคือการหายใจแบบ 4-7-8 (สูดเข้า 4 วินาที กลั้น 7 วินาที ผ่อนออก 8 วินาที) ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติกและชะลออัตราการเต้นของหัวใจได้
คิดมากตลอดเวลา ควรทำอย่างไร?
ความคิดมากมักเกิดเพราะสมองพยายามจัดการกับความไม่แน่นอน ลองเทคนิค 'Grounding 5-4-3-2-1' ดูนะ — หาสิ่งที่เห็น 5 อย่าง สัมผัสได้ 4 อย่าง ได้ยิน 3 อย่าง ได้กลิ่น 2 อย่าง รสชาติ 1 อย่าง เทคนิคนี้ช่วยดึงสมองกลับมาอยู่กับปัจจุบันแทนที่จะวนซ้ำในอนาคต
ทำไมถึงวิตกกังวลทั้งๆ ที่ไม่มีเหตุผล?
เพราะสมองส่วน Amygdala (ศูนย์ตรวจจับภัย) ทำงานก่อนสมองส่วนคิด — มันไม่รู้จักความแตกต่างระหว่าง 'ภัยจริง' กับ 'ความกังวลสมมติ' ความรู้สึกนั้นจึงเป็นจริงมากๆ แม้จะไม่มีอันตรายจริงก็ตาม การรู้แบบนี้ไม่ได้ทำให้มันหายทันที แต่ช่วยให้เราไม่ต้องกลัวความรู้สึกของตัวเองด้วย
ที่พักใจ - ผู้เขียนที่พักใจ

ที่พักใจ

ผู้เขียนContent Creator

เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ

50+ บทความดูแลสุขภาพจิตGen Z Advocate
ติดตามได้ที่:เว็บไซต์FacebookInstagram
ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พักใจ

บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

Share this article

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

จัดระเบียบความคิดเมื่อ วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ทำให้ใจว้าวุ่น
Future Worry & Overthinking

จัดระเบียบความคิดเมื่อ วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ทำให้ใจว้าวุ่น

จัดระเบียบความคิดเมื่อ วันแม่และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ทำให้ใจว้าวุ่น “ถ้าไม่โทรหาแม่วันนี้ เขาจะน้อยใจไหม?” “แต่ถ้าโทรไปแล้วต้องทะเลาะกันอีกล่ะ?” สำหรับคนที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีความสัมพันธ์แบบรถไฟ

อ่านต่อ
จัดระเบียบความคิดเมื่อ การถอยออกมาโดยไม่เกลียดใคร ทำให้ใจว้าวุ่น
Future Worry & Overthinking

จัดระเบียบความคิดเมื่อ การถอยออกมาโดยไม่เกลียดใคร ทำให้ใจว้าวุ่น

จัดระเบียบความคิดเมื่อ การถอยออกมาโดยไม่เกลียดใคร ทำให้ใจว้าวุ่น “เราไม่ได้โกรธเขาหรอก แต่เราแค่ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว” ในหลายๆ ความสัมพันธ์ ทั้งเรื่องเพื่อน เรื่องงาน หรือแม้แต่ครอบครัว จุดจบไม่ได้มาพ

อ่านต่อ
เสียงในหัวที่ไม่เคยหยุดพัก จนลืมว่ากำลังคิดอยู่ | ที่พักใจ
Future Worry & Overthinking

เสียงในหัวที่ไม่เคยหยุดพัก จนลืมว่ากำลังคิดอยู่ | ที่พักใจ

เมื่อคำตัดสินจากคนใกล้ตัวกลายเป็นเสียงในหัว บทความจากประสบการณ์จริงชวนคิดให้จบผ่านการเขียน และแยกสิ่งที่ควรรับผิดชอบออกจากคำตัดสินของคนอื่น

อ่านต่อ