กังวลกับ การนอนดึกเพื่อทวงเวลาของตัวเอง ได้ แม้อนาคตยังมาไม่ถึง “รู้ทั้งรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า แต่ก็ยังหยุดไถโทรศัพท์ไม่ได้สักที” ในแต่ละคืนที่เข็มนาฬิกาชี้ผ่านเที่ยงคืนไปแล้ว หลายคนยังคงตาค้างจ้

“รู้ทั้งรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า แต่ก็ยังหยุดไถโทรศัพท์ไม่ได้สักที”
ในแต่ละคืนที่เข็มนาฬิกาชี้ผ่านเที่ยงคืนไปแล้ว หลายคนยังคงตาค้างจ้องหน้าจอ ไม่ใช่เพราะไม่เหนื่อย แต่เพราะความรู้สึกที่ว่า “วันนี้ฉันยังไม่ได้ใช้ชีวิตของตัวเองเลย” การทำงานหนักมาทั้งวัน การเดินทางฝ่ารถติด การตอบสนองความต้องการของทุกคนรอบตัว ทำให้เราสูญเสียการควบคุมเวลาของตัวเองไปจนหมด
อาการ คิดมากเรื่องอนาคต การนอนดึกเพื่อทวงเวลาของตัวเอง (Revenge Bedtime Procrastination) จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นกลไกชดเชย เรายอมเบียดเบียนเวลานอนเพื่อแลกกับการได้ดูซีรีส์ หรือไถโซเชียล เพราะนั่นคือช่วงเวลาเดียวที่เราไม่ต้องเป็นพนักงานของใคร ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เป็นแค่ “เรา” ที่ได้เป็นเจ้าของเวลาอย่างแท้จริง
แม้ลึกๆ เราจะรู้ว่าการนอนดึกจะทำให้พรุ่งนี้เช้าพังพินาศ แต่ความโหยหาอิสรภาพในเวลากลางคืนกลับมีพลังมากกว่า
สิ่งที่ตามมาคือ ทันทีที่เราปิดไฟเข้านอน ความรู้สึกผิดและความกังวลจะพุ่งโจมตีเราทันที เราจะเริ่ม คิดมากเรื่องอนาคต การนอนดึกเพื่อทวงเวลาของตัวเอง ว่าพรุ่งนี้จะตื่นไหวไหม จะทำงานพลาดไหม หรือสุขภาพจะพังในระยะยาวหรือเปล่า วังวนแห่งความรู้สึกผิดนี้ ทำให้การนอนหลับของเรายิ่งไร้คุณภาพ และวงจรการนอนดึกเพื่อทวงเวลา ก็จะวนกลับมาใหม่ในคืนถัดไป
ก่อนที่จะดุด่าตัวเองซ้ำๆ ว่าเป็นคนไม่มีระเบียบวินัย เราอยากให้เธอโอบกอดตัวเองแน่นๆ แล้วรับรู้ความจริงข้อหนึ่งว่า การที่เธอต้องทวงเวลาคืนในตอนกลางคืน มันเป็นเพราะตอนกลางวัน “เธอทุ่มเทเพื่อคนอื่นมากเกินไป” ต่างหาก
การอนุญาตให้ตัวเองรู้สึกโหยหาการพักผ่อน เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา ไม่ต้องรู้สึกผิดที่ตัวเองอยากพัก เพราะมนุษย์ทุกคนต้องการพื้นที่เงียบๆ เป็นของตัวเองทั้งนั้น
ถ้าการนอนดึกเริ่มทำร้ายสุขภาพ ลองขยับขยายพื้นที่ความสุขมาไว้ในตอนกลางวันแทนนะ:
การทวงเวลาคืนเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่การทวงด้วยการทำร้ายสุขภาพตัวเอง อาจจะไม่คุ้มค่าในระยะยาวนะ อนุญาตให้ตัวเองได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม เพื่อที่พรุ่งนี้จะได้มีแรงตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตที่เป็นของตัวเองจริงๆ นะ
ถ้า คิดมากเรื่องอนาคต การนอนดึกเพื่อทวงเวลาของตัวเอง ยังทำให้ใจไม่สงบ ลองมาเปิดไพ่สำรวจพลังงานในใจ เพื่อค่อยๆ รับฟังความเหนื่อยล้า และดึงตัวเองกลับมาสู่การพักผ่อนที่อ่อนโยนกันนะ
เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ
บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
กำลังรู้สึกแบบนี้...

จัดระเบียบความคิดเมื่อ ครึ่งปีแรกที่ไม่เป็นไปตามแผน ทำให้ใจว้าวุ่น “เผลอแป๊บเดียวก็จะหมดครึ่งปีแล้วหรอเนี่ย!” ประโยคนี้มักจะมาพร้อมกับอาการใจหายวาบ เมื่อเราหันกลับไปมองสิ่งที่เคยวาดฝันไว้ในเดือนมกราค