ที่พักใจ
ห้องสมุดใจเครื่องมือตู้ยาประจำใจ
Life Direction & Decisions

Quarter-Life Crisis | ที่พักใจ

ช่วงเวลาหลังวันหยุดยาวมักจะทิ้งมวลความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ให้เราเสมอ เมื่อเทศกาลแห่งความสุขจบลงและเราต้องกลับมาเผชิญหน้ากับความจริง หน้าจอคอมพิวเตอร์ กองงานที่คุ้นเคย และตัวเลขในบัญชี ความรู้สึกเคว้งค

1 min read
Quarter-Life Crisis | ที่พักใจ

ช่วงเวลาหลังวันหยุดยาวมักจะทิ้งมวลความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ให้เราเสมอ เมื่อเทศกาลแห่งความสุขจบลงและเราต้องกลับมาเผชิญหน้ากับความจริง หน้าจอคอมพิวเตอร์ กองงานที่คุ้นเคย และตัวเลขในบัญชี ความรู้สึกเคว้งคว้างมักจะก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ

ยิ่งเมื่อเราเปิดดูโซเชียลมีเดียในช่วงที่ผ่านมา แล้วเห็นภาพเพื่อนวัยเดียวกันหลายคนเริ่มซื้อบ้านหลังแรก ออกรถคันใหม่ แต่งงาน หรือมีลูก ในขณะที่เรายังคงนั่งกินข้าวกล่องร้านเดิมและนั่งรถไฟฟ้าขบวนเดิม คำถามหนึ่งก็มักจะผุดขึ้นมาในหัวทันทีว่า อายุเท่านี้ เราควรมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้างหรือยัง ทำไมคนอื่นถึงเดินหน้าไปไกลกันหมด แล้วทำไมเราถึงยังย่ำอยู่กับที่

ความรู้สึกสับสน กังวล และรู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินตามหลังคนอื่นในลู่วิ่งของชีวิต ไม่ใช่ความผิดปกติและไม่ได้เกิดขึ้นกับเราแค่คนเดียว ในทางจิตวิทยา ภาวะนี้มีชื่อเรียกว่า Quarter-Life Crisis หรือ วิกฤตวัยทำงาน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงอายุยี่สิบกลางๆ ไปจนถึงสามสิบต้นๆ

มันคือช่วงวัยที่สังคมคาดหวังว่าเราน่าจะจัดการชีวิตให้เข้าที่เข้าทางได้แล้ว ต้องมีอาชีพที่มั่นคง มีเงินเก็บ มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจน เราถูกปลูกฝังพิมพ์เขียวของชีวิตมาตั้งแต่เด็กว่า เรียนจบ ทำงาน ซื้อบ้าน แต่งงาน และมีครอบครัว เมื่อเราพบว่าชีวิตจริงไม่ได้ดำเนินไปตามเส้นทางที่ถูกขีดไว้ สมองจึงเริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยว่าเรากำลังล้มเหลว

สิ่งที่ทำให้วิกฤตวัยทำงานในยุคนี้หนักหนากว่ายุคก่อนๆ คือการมีอยู่ของโซเชียลมีเดีย เราไม่ได้เปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนบ้านหรือคนในหมู่บ้านอีกต่อไป แต่เรากำลังเปรียบเทียบชีวิตเบื้องหลังของเรา กับภาพไฮไลต์ที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วของคนทั้งโลก เราเห็นแต่ภาพความสำเร็จจนลืมไปว่าเบื้องหลังภาพเหล่านั้น ทุกคนต่างก็มีความยากลำบากและหนี้สินที่ต้องแบกรับในแบบของตัวเอง

การตั้งคำถามกับชีวิตไม่ใช่เรื่องแย่ แต่มันจะกลายเป็นเรื่องทำร้ายจิตใจทันทีเมื่อเราเอาไม้บรรทัดของคนอื่นมาวัดความสำเร็จของตัวเอง การกดดันตัวเองว่าต้องรีบประสบความสำเร็จให้ทันอายุที่กำหนด เป็นการแบกน้ำหนักที่เกินขีดจำกัดของมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งจะรับไหว

เข้าใจเป็นอย่างดีว่าความรู้สึกที่เหมือนตัวเองกำลังหลงทางอยู่ท่ามกลางคนที่รู้ว่าต้องเดินไปทางไหน มันทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวและหนักอึ้งมากแค่ไหน การอยากมีความมั่นคงและอยากเห็นตัวเองเติบโตเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่สุด แต่เราอยากชวนให้ทุกคนลองวางนาฬิกาชีวิตที่คนอื่นตั้งเวลาไว้ลงก่อน แล้วค่อยๆ หันมาปรับเข็มทิศชีวิตของตัวเองใหม่ด้วยวิธีการเหล่านี้

  1. นิยามความสำเร็จในแบบของตัวเอง
    ลองหยิบกระดาษขึ้นมา แล้วเขียนถึงสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขจริงๆ โดยไม่ต้องอิงกับค่านิยมของสังคม ความสำเร็จอาจไม่ใช่การมีบ้านหลังใหญ่ แต่มันอาจหมายถึงการได้นอนหลับเต็มอิ่ม การได้กินของอร่อย หรือการมีเวลาว่างช่วงสุดสัปดาห์เพื่อทำในสิ่งที่ชอบ การเปลี่ยนนิยามความสำเร็จจะช่วยปลดล็อกความกดดันที่มองไม่เห็นออกไปได้

  2. คัดกรองสิ่งที่เรารับรู้จากโซเชียลมีเดีย
    หากการเห็นภาพความสำเร็จของคนอื่นทำให้รู้สึกแย่ การกดซ่อนโพสต์ หรือเลิกติดตามบัญชีเหล่านั้นชั่วคราวคือการปกป้องสุขภาพจิตที่จำเป็นมาก เรามีสิทธิ์เต็มที่ที่จะเลือกรับเฉพาะข้อมูลที่ทำให้รู้สึกสบายใจ และพักจากพื้นที่ที่กระตุ้นให้เกิดการเปรียบเทียบ

  3. โฟกัสกับความก้าวหน้าเล็กๆ ในแต่ละวัน
    แทนที่จะมองไปที่เป้าหมายใหญ่ในอีกห้าปีข้างหน้า ลองเปลี่ยนมามองสิ่งที่ทำสำเร็จในวันนี้ แค่เราตื่นมารับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้ ทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จ หรือแม้กระทั่งการประคับประคองตัวเองให้ผ่านวันอันแสนเหนื่อยล้ามาได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความก้าวหน้าที่น่าชื่นชมทั้งสิ้น

  4. อนุญาตให้ตัวเองสับสนและหลงทางได้
    ชีวิตไม่ใช่ข้อสอบที่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว การไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในวัยนี้ถือเป็นเรื่องปกติมาก เราสามารถใช้เวลานี้ในการทดลองทำสิ่งใหม่ๆ ค้นหาตัวเอง และเปลี่ยนเส้นทางได้เสมอ ไม่มีความสำเร็จใดที่มาช้าเกินไป หากมันเกิดขึ้นในจังหวะเวลาที่เหมาะสมกับเราที่สุด

หากวันนี้ยังรู้สึกเคว้งคว้างหรือหนักใจ ก็ไม่เป็นไรเลย ปล่อยให้ตัวเองได้พักหายใจลึกๆ การเติบโตต้องใช้เวลา และดอกไม้แต่ละชนิดก็ผลิบานในฤดูกาลที่แตกต่างกัน

เราไม่ได้กำลังเดินตามหลังใคร เราแค่กำลังเดินในเส้นทางของตัวเอง ด้วยจังหวะก้าวที่เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุดเท่านั้นเอง

จัดระเบียบความรู้สึก

ใช้ไพ่เป็นจุดตั้งต้นของการฟังใจ

เมื่อสิ่งข้างในยังเรียบเรียงไม่ชัด ลองใช้ไพ่เพื่อรับข้อความสะท้อนใจอย่างอ่อนโยน

เปิดไพ่สะท้อนใจ
ที่พักใจ - ผู้เขียนที่พักใจ

ที่พักใจ

ผู้เขียนContent Creator

เพื่อนคนหนึ่งที่เคยล้มและเข้าใจความเจ็บปวดของชีวิต ที่พักใจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ช แต่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่จะขอบอกว่า “พักก่อนได้นะ ไม่มีใครเร่ง” ในวันที่เหนื่อยและหมดไฟ

50+ บทความดูแลสุขภาพจิตGen Z Advocate
ติดตามได้ที่:เว็บไซต์FacebookInstagram
ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พักใจ

บทความทั้งหมดเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงและการศึกษา มิได้มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หากเธอรู้สึกแย่ลง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

Share this article

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ถามใจตัวเองก่อนตัดสินใจเรื่อง สมองล้าจากงานและหน้าจอ
Life Direction & Decisions

ถามใจตัวเองก่อนตัดสินใจเรื่อง สมองล้าจากงานและหน้าจอ

ถามใจตัวเองก่อนตัดสินใจเรื่อง สมองล้าจากงานและหน้าจอ “ย้ายสายงานไปเลยดีไหม?” “หรือควรกลับไปเรียนต่อดี?” เวลาที่เราตกอยู่ในสภาวะที่ ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี การหาทางออกด้วยการเสิร์ชหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต

อ่านต่อ
บางคำตอบของ สมองล้าจากงานและหน้าจอ อาจค่อยๆ ชัดขึ้นเอง
Life Direction & Decisions

บางคำตอบของ สมองล้าจากงานและหน้าจอ อาจค่อยๆ ชัดขึ้นเอง

บางคำตอบของ สมองล้าจากงานและหน้าจอ อาจค่อยๆ ชัดขึ้นเอง “จะไปต่อทางไหนดี?” “งานนี้มันยังใช่สำหรับเราอยู่ไหม?” เวลาที่เราเผชิญหน้ากับทางแยกของชีวิต เรามักจะเร่งเร้าตัวเองให้รีบหาคำตอบให้เร็วที่สุด เราพ

อ่านต่อ
ทบทวนตัวเองกลางปีแบบไม่ทำร้ายใจ: มองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่
Life Direction & Decisions

ทบทวนตัวเองกลางปีแบบไม่ทำร้ายใจ: มองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่

ทบทวนตัวเองกลางปีไม่จำเป็นต้องเจ็บ เปลี่ยนคำถามจากผิดเป้าเป็นผ่านมา แล้วจะเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในทุกความเพียร

อ่านต่อ